นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้จัดกิจกรรมยกระดับมาตรฐานและสร้างเครือข่ายร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี เป้าหมายสูงสุดเพื่อพัฒนาและยกระดับให้ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นระดับจังหวัดและอำเภอใน 4 ภูมิภาค ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ให้มีมาตรฐานการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ จนสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นร้านค้าต้นแบบ ที่กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วไทย ช่วยสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีอยู่ 277 ร้านค้า และทุกปีจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับปี 2566 กรมจะดำเนินการภายใต้กิจกรรม พัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นสู่การเป็นร้านค้าต้นแบบ ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกที่มีใจรักการพัฒนา สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย และจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายทั้งการเสริมสร้างองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะมาเผยเคล็ดลับ ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การศึกษาดูงาน ณ ร้านค้าต้นแบบของรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จแล้ว และเข้าร่วมเครือข่ายผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังจะได้รับการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก ณ สถานประกอบการ จากทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าส่งค้าปลีก เพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ตามความจำเป็นเร่งด่วนต่อการดำเนินธุรกิจของแต่ละราย เช่น การกำหนดกลยุทธ์ การตลาด สารสนเทศ เทคโนโลยีและนวัตกรรม บุคลากร การบริหารจัดการหน้าร้าน โลจิสติกส์ บัญชีและการเงิน ซึ่งเปิดรับสมัครร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการถึงเดือนมิถุนายน 2566
นายทศพลกล่าวต่อว่า กรอบแนวคิดในการพัฒนาผู้ประกอบการในปีนี้ กรมจะมุ่งเน้นการผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นของร้านค้าในแต่ละพื้นที่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างจุดแข็ง เพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ สอดรับกับการตลาดในยุค 5.0 ที่นำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงที่มีความสามารถในการเลียนแบบมนุษย์มาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพการตลาด มีการประมวลผลข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เช่น เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ที่จะช่วยสร้างรายได้ตลอดทั้ง 24 ชม. และเครื่องมือด้านการตลาดประสาทวิทยาที่จะทำให้เข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด
โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ที่พร้อมจะมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ประกอบการที่มีผลการพัฒนาที่โดดเด่น (Best Practice) มีคะแนนรวมสูงสุดในทุกด้าน และผู้ประกอบการที่มีคะแนนรวมสูงสุดในด้านสารสนเทศ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะได้รับสิทธิในการทดลองใช้ Vending Machine และ Neuro Marketing ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล ซึ่งร้านค้าส่ง ค้าปลีกที่ผ่านการพัฒนาจะเป็นร้านค้าต้นแบบที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยพัฒนาร้านค้าปลีกในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป
