นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จํากัด กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโต 3.2% ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ การท่องเที่ยวที่ยังดี แม้อาจเติบโตน้อยลงจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 0.3% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น และประเมินว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าไปอยู่ที่ 37.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปีนี้ที่คาดว่าจะปิดปีที่ 35.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง
ด้านนายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโต 3.2% ส่วนหุ้นไทยในปี 2560 จะแกว่งตัวในกรอบ 1,400 ถึง 1,600 จุด บนระดับพีอีที่ 16.5 เท่า และกำไรต่อหุ้นจะเติบโตในระดับ 8% ส่วนค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 35 ถึง 36.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุที่หุ้นไทยไม่ปรับขึ้นหรือลงมากนักเพราะโลกไม่มีข่าวดีใหม่ ในปี 2560 จะเป็นปีของประเทศพัฒนาแล้วทั้งเศรษฐกิจและสินทรัพย์ในประเทศดังกล่าวจะปรับเพิ่มขึ้น ต่างจากประเทศอินเดียและจีน รวมทั้งประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเติบโตลดลงจากปีนี้ เพราะได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐ ประเทศที่น่าสนใจลงทุนคือสหรัฐ และญี่ปุ่นที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและค่าเยนอ่อนค่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน 3 กรณีคือ 1.หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ทั้งหมดจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข้งค่า ทำให้หุ้นสหรัฐอเมริกาปรับขึ้น 2.นายโดนัล ทรัมป์ไม่ทำตามที่หาเสียงไว้ทั้งหมดจะทำให้เงินไหลเข้าตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งจะเห็นผลดีในครึ่งปีหลัง 3.กรณีเกิดความไม่แน่นอนทั่วโลก แนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายสินทรัพย์

