LINE จัดงาน BOOTCAMP DAY เปิด 3 พฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่ เอสเอ็มอีต้องรู้ ขายสินค้าได้โดนใจ
LINE จัดงาน BOOTCAMP DAY โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแบบออนไซต์เฉียดพันคน และมีผู้เข้าร่วมงานแบบออนไลน์รวมกว่า 2 แสนคน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดไทยร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานกรรมการบริหารไปรษณีย์ไทย เป็นหนึ่งในวิทยากร กล่าวในงานว่า ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเป็นอย่างไรในปีนี้ นักการตลาดหลายคนยังคงมองว่าประเทศไทยน่าจะยังเติบโตได้ ดังนั้น เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะต้องฮึดสู้ เตรียมตัวให้พร้อม ตั้งเป้าเดินหน้าต่อเพื่อการเติบโต โดยสิ่งที่จะต้องมุ่งเน้นสำคัญ คือการรู้จักลูกค้าของตนให้ดี มีพฤติกรรมแบบไหน ต้องการอะไร เพื่อที่จะนำเสนอให้ได้ตรงใจ ในขณะเดียวกันควรต้องใส่ใจความรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจโลกเพราะล้วนมีผลกับต้นทุนและปัจจัยการผลิต ที่สำคัญต้องรู้จักปรับใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
ผศ.ดร.เอกก์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยพบ 3 เทรนด์พฤติกรรมสำคัญล่าสุด ได้แก่ Trust – ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ไม่ใช่เพียงคุณภาพของสินค้าหรือบริการอีกต่อไป แต่ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และดีไซน์ที่ใช่ ได้กลายเป็นปัจจัยในด้านคุณภาพด้วยเช่นกัน 2. Try – ชอบทดลองสิ่งใหม่ ผู้ประกอบการควรออกสินค้าใหม่ๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความน่าสนใจ น่าตื่นเต้นให้กับแบรนด์ และ 3.Trace – ให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปของสินค้า ข้อมูลโดยละเอียดของสินค้ากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริโภคสนใจอยากรู้ เช่น วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต ไปจนถึงข้อมูลการขนส่งไปจนถึงมือลูกค้า เป็นต้น
ผศ.ดร.เอกก์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมี 4 เทคนิคสำคัญสำหรับเอสเอ็มอีไทยในการเดินหน้าธุรกิจยุคใหม่ คือ “เร็ว” – ความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วไปตามเทรนด์ผู้บริโภคและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป “รู้” – ความรอบรู้ในการใช้เครื่องมือและดาต้าที่ได้มาอย่างมีประโยชน์สูงสุด “เรื่อง” – บอกเล่าเรื่องราวของสินค้าได้อย่างสร้างสรรค์ และ “รักษา” – มุ่งทำธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยกัน
นายพิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Anitech แบรนด์สินค้าอิเล็คทรอนิกซ์ของไทย อีกหนึ่งวิทยากร กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน จะต้องรู้จักลูกค้าให้ดีและให้ความสำคัญกับการทำให้ลูกค้าขาจรกลายเป็นลูกค้าขาประจำให้ได้ เพราะธุรกิจจะอยู่ได้เกิดจากการซื้อซ้ำของลูกค้าเดิม และลูกค้ากลุ่มนี้ยังสามารถช่วยเป็นกระบอกเสียงในการบอกต่อ แชร์เรื่องราวของแบรนด์ หรือแม้แต่แนะนำลูกค้าใหม่ให้ได้ ซึ่งการจะรู้จักและรู้ใจลูกค้าได้นั้น ดาต้าควรเข้ามามีบทบาทสำคัญ หมดยุคของการทำการตลาดแบบเก่า ที่ยังยึดถือข้อมูลในอดีต อันมักจะนำไปสู่การนำเสนอสินค้า/บริการในรูปแบบเดิมๆ ไม่น่าสนใจ หรือการวิเคราะห์ลูกค้าโดยใช้สมมุติฐาน การคาดคะเน ที่ไม่ได้อาศัยดาต้าใดๆ มาเป็นตัวชี้วัด เพราะปัจจุบัน ลูกค้าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แบรนด์ควรศึกษา ใช้ข้อมูลที่แบรนด์เก็บหรือได้มาเป็นสิ่งชี้ชัดพฤติกรรม เพื่อนำไปเป็นตัวกำหนดทิศทางการทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

