หน้าแรก เศรษฐกิจ TEGH เร่งขยาย...

TEGH เร่งขยายกำลังผลิต 3 ธุรกิจหลัก “ก๊าซชีวภาพ”-“ยางแท่ง”-“น้ำมันปาล์มดิบ” ดันรายได้ปีนี้โตกว่า 10%

9.03.23 | 20:06 น.

เอ็มดี บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดแผนธุรกิจปี’66 เร่งขยายกำลังการผลิต 3 ธุรกิจหลัก จ่อ COD ก๊าซชีวภาพ เฟส 1 ไตรมาสสอง, ยางแท่งเกรดพรีเมียมเจาะตลาดจีน-อินเดีย, น้ำมันปาล์มดิบฟื้นตัว ดันรายได้โตกว่า 10%  

นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพ ระยะที่ 1 คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในไตรมาส 2/2566 ทำให้บริษัทสามารถรองรับปริมาณกากอินทรีย์ได้เพิ่มขึ้นอีกวันละ 300 ตัน รวมเป็นความสามารถในการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ทั้งหมด 720,000 ตันต่อปี และผลิตก๊าซชีวภาพได้เพิ่มขึ้นอีกวันละ 30,000 ลูกบาศก์เมตร ทำให้มีกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพรวมเป็น 34 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพจาก 43 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เพิ่มเป็น 64 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ภายในปีนี้ พร้อมรองรับความต้องการการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจากทั้งภายในและนอกกลุ่มบริษัทอีกด้วย

ในส่วนของธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตยางแท่งเป็น 430,000 ตัน/ปี ภายในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 34% จากกำลังการผลิตปัจจุบัน และตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้ายางแท่งในตลาดอินเดียและจีนมากขึ้น โดยบริษัทยังคงเน้นการผลิตสินค้าเกรดพรีเมียมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าชั้นนำระดับโลกได้ และให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้ามาตรฐานความยั่งยืนที่มีปริมาณขายเติบโตขึ้นและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ คาดว่าปีนี้จะฟื้นตัวกลับมาได้ หลังจากที่มีการซ่อมบำรุงเครื่องจักรเมื่อปีที่แล้ว และจากโครงการติดตั้ง Boiler ลูกใหม่ที่จะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/2566 ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และเดินหน้าติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติม เพื่อขยายกำลังการผลิตเป็น 84 ตันปาล์มทะลายต่อชั่วโมง ส่งผลให้บริษัทจะมีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบรวมเพิ่มขึ้น เป็น 735,000 ตันปาล์มทะลายต่อปี ซึ่งคาดว่าจะติดตั้งเสร็จภายในไตรมาส 4/2566

Advertisement

“แผนธุรกิจในปีนี้ เราตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 10% จากการเติบโตและขยายกำลังการผลิตของทั้ง 3 สายธุรกิจหลัก ซึ่งสัดส่วนรายได้จะยังคงใกล้เคียงเดิม ในขณะเดียวกัน เราก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไปพร้อมๆ กับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยตอนนี้ บริษัทก็ได้ทำแผนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ์เป็นศูนย์ต่อไป” นางสาวสินีนุชกล่าว