บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ฤกษ์เปิดตัวรถยนต์ โตโยต้า ยาริส (TOYOTA YARIS) รถแฮตช์แบ๊ก 5 ประตู รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ปี 2566 หลังจากประสบความสำเร็จในรุ่น ยาริส เอทีฟ รถเก๋งเล็ก 4 ประตู เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ยอดขายล้นหลาม
โตโยต้าได้แนะนำ TOYOTA YARIS ซึ่งมียอดขายรวมในประเทศไทยกว่า 418,000 คัน (จนถึง ธ.ค.65) นับตั้งแต่เปิดตัวในปี พ.ศ.2548 และยังได้รับความนิยมด้วยยอดขายอันดับ 1 ในตลาดอีโคคาร์แฮตช์แบ๊กในปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมาอีกด้วย
TOYOTA YARIS รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่นี้ พยายามรักษาจุดแข็งของคอมแพคแฮตช์แบ๊กไว้ ทั้งความประหยัดน้ำมัน ความนุ่มนวล และคล่องแคล่วในการขับขี่ ห้องโดยสารนั่งสบาย เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย
ครั้งนี้พยายามเสริมจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบรับแอ๊กทีฟไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1.การดีไซน์ภายนอก ธีมการออกแบบ รีไฟน์ด แอนด์ เอ็นเนอร์เจติก (Refined & Energetic) ให้ความรู้สึกปราดเปรียวน่าขับขี่ ได้แก่ แฮมเมอร์ เฮด ดีไซน์ (Hammerhead Design) เทรนด์ใหม่ล่าสุดของ TOYOTA ไฟหน้า โปรเจ็กเตอร์ แอลอีดี แนวคมเข้ม ผสานกับ เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลต์ พร้อมดีไซน์ เซคคันดารี่ อิลลูมิเนชั่น (Secondary Illumination) ทำให้รู้สึกพุ่งทะยานไปข้างหน้า
กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ แบบดิฟฟิวเซอร์ สไตล์ (Diffuser Style) พร้อมตกแต่งด้วยลายคาร์บอน ไฟเบอร์ สีภายนอกใหม่ เทา ซีเมนต์ เกรย์ เมทัลลิก พร้อมสีทูโทน ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับรถ
ดีไซน์ภายในด้วยวัสดุคุณภาพสูงสำหรับเบาะนั่ง พร้อมโทนสีที่หลากหลาย อย่าง ออร์คิด
บราวน์ (Orchid brown) ดีไซเนอร์ได้เลือกใช้โทนสีดำ สลับกับสีน้ำตาล และเลือกใช้ แอ๊กเซนต์ ริบบอน (Accent ribbon) สีน้ำตาลอ่อนให้ความรู้สึกเรียบหรู น่าค้นหา
2.ฟังก์ชั่นการใช้งานทันสมัย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ (Toyota Safety Sense) เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานของรถยนต์โตโยต้า ได้แก่ ระบบเตือนมุมอับ Blind Spot Monitor (BSM) ระบบเตือนออกนอกเลน Rear cross-Traffic Alert (RCTA) กล้องมองรอบคัน เพิ่มขนาดหน้าจอสัมผัส ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ USB type C
3.ความคุ้มค่า เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ได้แก่ ไฟหน้าแบบ โปรเจ็กเตอร์ แอลอีดี ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว เสาอากาศแบบครีบฉลามช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ USB type C สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง แตร “ทรัมเป็ต ฮอร์น (Trumpet Horn) หน้าจอแบบสัมผัส
ราคาของ TOYOTA YARIS รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ปี 2566
รุ่นสปอร์ต (SPORT) มาพร้อมไฟหน้า โปรเจ็กเตอร์ แอลอีดี และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ราคา 559,000 บาท
รุ่นสมาร์ท (SMART) มีปุ่มกดสตาร์ต (Push Start & Smart Entry) และหน้าจอสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ราคา 619,000 บาท
รุ่นพรีเมียม (PREMIUM) ครบครันด้วยหน้าจอสัมผัส ขนาด 9 นิ้ว BSM RCTA และกล้องมองรอบคัน ราคา 679,000 บาท
รุ่น PREMIUM S ภายในสีทูโทน แดง-ดำ ภายในสีแดง และวัสดุตกแต่งเพิ่มเติมภายนอก
ราคา 694,000 บาท
พร้อมทางเลือกสีภายนอก 8 สี และทางเลือกสีทูโทน ได้แก่
ใหม่ สีเทาหลังคาดำ Cement Gray Metallic with Black Roof (เฉพาะรุ่น Premium S / Premium)
ใหม่ สีส้มหลังคาดำ Spicy Scarlet with Black Roof (เฉพาะรุ่น Premium S / Premium)
สีขาวมุกหลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof (เฉพาะรุ่น Premium S / Premium)
สีแดงหลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof (เฉพาะรุ่น Premium S / Premium)
ใหม่ สีเทา Cement Gray Metallic (เฉพาะรุ่น Smart / Sport)
ใหม่ สีส้ม Spicy Scarlet (เฉพาะรุ่น Smart)
สีขาวมุก Platinum White Pearl (เฉพาะรุ่น Premium S / Premium / Smart)
สีแดง Red Mica Metallic (เฉพาะรุ่น Smart / Sport)
ใหม่ สีเทา Urban Metal
ใหม่ สีเงิน Metal Stream Metallic
สีดำ Attitude Black Mica
สีขาว Super White II (เฉพาะรุ่น Sport)
สามารถเลือกเป็นเจ้าของ พร้อมชุดแต่ง ตามความต้องการได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
LUSSO ให้ความพรีเมียม ราคา 19,990 บาท
CHIARO ที่ดูเรียบหรู ราคา 9,690 บาท
PRESTO เติมอารมณ์สปอร์ต ราคา 16,500 บาท
เลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ย 1.65% พร้อมประกันภัยชั้น 1 “TOYOTA CARE PHYD” หรือผ่อน 5,625 บาท/เดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 “TOYOTA CARE PHYD”
สีเทาหลังคาดำ Cement Gray Metallic with Black Roof, ส้มหลังคาดำ Spicy Scarlet with Black Roof, ขาวหลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท
สีแดงหลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท
สีเทา Cement Gray Metallic, Spicy Scarlet, ขาว Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท
เครื่องยนต์และช่วงล่างอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิมคือ 1.2 ลิตร
งานนี้โตโยต้าคงหวังกินรวบตลาดเก๋งเล็ก ทั้งแบบ 4 ประตู และ 5 ประตู แบบเบ็ดเสร็จ

