‘บีโอเจ’ คงอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ทิ้งทวนวาระ ‘คุโรดะ’ กุมบังเหียนแบงค์ชาติ

10.03.23 | 17:03 น.
FILE PHOTO (REUTERS)

‘บีโอเจ’ คงอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ทิ้งทวนวาระ ‘คุโรดะ’ กุมบังเหียนแบงค์ชาติ

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ โดยรักษาอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษไว้ และระงับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพื่อเปิดทางเลือกไว้ก่อนจะมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าฯบีโอเจในเดือนเมษายนนี้

การประชุมนโยบายการเงินครั้งล่าสุดนี้จะถือเป็นครั้งสุดท้ายที่นายฮารุฮิโกะ คูโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจคนปัจจุบัน เป็นประธานการประชุม โดยเขาจะทิ้งมรดกนโยบายทางการเงินที่ผสมผสาน อย่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับการชื่นชมว่าช่วยดึงเศรษฐกิจของประเทศอออกมาจากสภาวะเงินฝืดได้ แต่กลับทำให้กำไรของภาคธนาคารถดถอยและปั่นป่วนการทำงานของตลาดด้วยการใช้มาตรการอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างยาวนาน

นักลงทุนจำนวนมากคาดว่าบีโอเจจะยุติมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve Control: YCC) เมื่อคาซูโอะ อูเอดะ ซึ่งคาดว่าจะมาสืบทอดตำแหน่งของคุโรดะ ขึ้นเป็นผู้ว่าการบีโอเจในเดือนเมษายนนี้

มาซามิชิ อะดาชิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์ยูบีเอส กล่าวว่า “อูเอดะจะไม่เคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่าม และน่าจะรอจนถึงวาระการประชุมครั้งที่ 2 ในเดือนมิถุนายน สำหรับการเปลี่ยนแปลงแนวทางในภายภาคหน้า รวมถึงประเด็น YCC” และว่า “บีโอเจมีแนวโน้มที่จะยกเลิกเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว อายุ 10 ปี ขณะที่รักษาอัตราดอกเบี้ยติดลบ เพื่อยับยั้งการบิดเบี้ยวของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร”

Advertisement

ดังที่มีการคาดการณ์ บีโอเจยังคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ -0.1% และ 0% สำหรับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี หลังจากการประชุมนโยบายการเงินของญี่ปุ่นซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 10 มีนาคม อีกทั้งยังคงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ของรัฐบาลญี่ปุ่นไว้ดังเดิม ซึ่งจะทำให้มีเพดานอยู่ที่ 0.5%

ด้านเงินเยนอ่อนค่าราว 0.15% อยู่ที่ 136.36 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลดลงหลังจากก่อนหน้านี้ร่วงแรงถึง 0.62% เพราะนักลงทุนส่วนหนึ่งเลิกเก็งกำไรจากการคาดการณ์ว่าบีโอเจจะเปลี่ยนแปลงนโยบาย

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 0.445% ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม หลังบีโอเจประกาศการตัดสินใจดังกล่าว

ทั้งนี้ บีโอเจยังคงมองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีมุมมองที่สิ้นหวังกว่าเมื่อเดือนมกราคม ในเรื่องของภาคการผลิตและการส่งออกที่ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นการยอมรับความอ่อนแอในภาคการผลิตของโรงงานและอุปสงค์ต่างแดน