คิดเห็นแชร์ : การพัฒนาเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศการเรียนรู้สาธารณะ
ผมเข้ามารับบทบาทเป็น ผอ.OKMD ครบ 6 เดือน เลยอยากจะถือโอกาสนี้สรุปผลงานสำคัญด้านการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต (Lifelong Learning) ของรัฐบาล ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินงาน ซึ่งพอสรุปโดยสังเขปดังนี้ครับ
OKMD ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพ ทักษะความรู้ และการต่อยอดอาชีพ เพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัย โดยได้ดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงการให้บริการเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เป็นการเชื่อมโยงระบบการให้บริการเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ และการเชื่อมระบบการให้บริการห้องสมุดและระบบสมาชิกของห้องสมุดระหว่างเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการอุทยานการเรียนรู้ TK Park และอุทยานเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยสามารถยืม-คืนหนังสือได้อย่างหลากหลายจากอุทยานการเรียนรู้ทุกแห่งได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นการ12บูรณาการข้อมูลระหว่างอุทยานการเรียนรู้ทุกแห่งทั้งด้านการบริหารจัดการและการให้บริการ และลดค่าใช้จ่ายในการจัดสรรทรัพยากรสารสนเทศ ของอุทยานการเรียนรู้ในพื้นที่ต่างๆ โดยมีรายละเอียดของผลงานดังนี้
1.การพัฒนาระบบบริการตนเอง (Self Service System) ด้วยแอพพลิเคชั่น MyTK และจุดบริการด้วยตนเอง (Self Service Kios) โดยพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการรับสมัครสมาชิกและกระบวนการทางการเงินอย่างเป็นระบบ สู่การให้บริการ e-Service เต็มรูปแบบ เพื่อรับสมัครสมาชิกในหลากหลายช่องทางทั้ง Website ได้แก่ tkpark.or.th, library.or.th, member.or.th และเพิ่มขีดความสามารถในการสมัครสมาชิกได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยผู้ใช้บริการสามารถชำระผ่าน e-payment ได้ และได้รับใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (e-Tax invoice & e-Receipt) ตามมาตรฐาน ETDA
2.งานพัฒนาเชื่อมโยงห้องสมุดออนไลน์แห่งชาติ ได้พัฒนาและให้บริการระบบ TK Public Online Library เพื่อเป็นช่องทางในการขยายโอกาสการเข้าถึงหนังสือและสื่อการเรียนรู้ สร้างสรรค์ ที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน และประชาชนทั่วไปให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อยืม-คืน e-book, Audio Book, VDO-Streaming ในระบบ IOS และ Android บนอุปกรณ์ SMART Device และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น TK Public Online Library มาเป็น TK Read เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น
3.งานปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจใน กระบวนการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบ “สื่อออนไลน์” โดยการบริหารจัดการเนื้อหาองค์ความรู้และข่าวสารขององค์กรและเผยแพร่ทางช่องทางเว็บไซต์และ Social Media และได้ประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์สู่สาธารณะ โดยในเรื่องการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ ผ่านแผนงาน/โครงการต่างๆ ซึ่งในปีนี้มีจุดเน้นเรื่องการส่งเสริมองค์ความรู้ นิทรรศการ และงานกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์พื้นที่และอาคารมิวเซียมสยาม ซึ่งเป็นอาคารอนุรักษ์ที่จะมีอายุครบรอบ 100 ปี โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดทำสื่อที่หลากหลาย และเน้นการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านรูปแบบออนไลน์ เช่น การประชาสัมพันธ์เปิดบริการศูนย์ Oddy Test ซึ่งเป็นบริการใหม่ของมิวเซียมสยาม ที่ขยายบริการความรู้ด้านบริการทดสอบวัสดุ เพื่อการอนุรักษ์ให้กับพิพิธภัณฑ์รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจ และการเปิดบริการ Audio Guide ส่งเสริมการเรียนรู้สู่สาธารณะด้วยวิถีชีวิตใหม่แห่งการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด โดยมีการเผยแพร่บทความ (Museum Core) รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่าย พัฒนาความร่วมมือ เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน โดยเผยแพร่งานขยายผลและพัฒนาพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในภูมิภาค อาทิ พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า จังหวัดยโสธร, การไฟฟ้านครหลวง วัดเลียบ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาในสังกัดอุทยานพฤกษศาสตร์จังหวัดนครศรีธรรมราช การเปิดนิทรรศการ “ธรรมอย่างสังฆราช” มูลนิธิหอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวรฯ จังหวัดกาญจนบุรี และพิพิธภัณฑ์สุริยานุวัตรเพื่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงกิจกรรมขยายผลองค์ความรู้ร่วมกับมิวเซียมภูเก็ต เป็นต้น โดยในปี 2565 มีประชาชนที่เข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ในเชิงพื้นที่ (on ground) ทั้งที่มิวเซียมสยามและเครือข่ายพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในภูมิภาครวม 9 แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 145,759 คน นอกจากนี้ มีผลการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ยอด (View) 19,837,912 คน/ครั้ง และผลการมีส่วนร่วม (Engagement) 11,969,866 คน/ครั้ง
4.งานด้านการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์ของประเทศ (Knowledge Portal) เป็นการพัฒนา แพลตฟอร์มการเรียนรู้สาธารณะรูปแบบใหม่ของประเทศ ที่ทำหน้าที่รวบรวมเส้นทางที่เชื่อมโยงไปสู่แหล่งความรู้ทั้งหลายที่สำคัญ ทั้งห้องสมุดหรือแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดย สบร.ทำหน้าที่บริหารจัดการ Knowledge Supply หรืออุปทานความรู้อยู่ที่ไหน มากน้อยเพียงใด พร้อมเชื่อมโยงความรู้เพื่อให้ผู้ใช้ประโยชน์จาก Knowledge Portal สามารถมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน และให้ประโยชน์จากความรู้นั้นๆ
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมกลยุทธ์ในการสร้างอุปสงค์ความรู้ (Knowledge Demand Building) เพื่อให้เกิดความต้องการเข้าใช้บริการผ่านทาง Knowledge Portal โดยดำเนินการขยายเครือข่ายแหล่งเรียนรู้และดำเนินกิจกรรมร่วมกับเครือข่าย สร้างคอนเทนต์ เพื่อปรับปรุงระบบของ Knowledge Portal ให้พร้อมบริการประชาชนกับระบบ Library for all ที่ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ 1 ระบบ โดยขยายเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ โดยการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูล กับ TK Park, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, Thai MOOC, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และระบบ Online Learning Center ที่ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ 1 ระบบ
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร.

