นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่ 800 เมกะวัตต์ ว่า จากนโยบาย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ให้กฟผ.สอบถามความเห็นประชาชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้ากระบี่ว่ามีความต้องการให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่หรือไม่ ดังนั้นภายในเดือนธันวาคมนี้ กฟผ.จะมีการหารือถึงแนวทางสอบถามความเห็น เบื้องต้นน่าจะใช้รูปแบบการลงประชามติ หรือการเลือกตั้ง และจะให้เอกชนหรือมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการเพื่อความเป็นกลาง และเพื่อให้ความเห็นออกมาถูกต้องตรงกับความเห็นของประชาชนจริงๆว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้าน โดยการทำประชามติจะดำเนินการเมื่อใดยังไม่สามารถตอบได้
“ปัจจุบันเสียงคัดค้านที่ดังมาจากนักธุรกิจ นักการเมืองท้องถิ่น และประชาชนบางส่วน แต่ก็พบว่ามีประชาชนส่วนมากสนับสนุน คือ รักแต่ไม่แสดงออก ไม่มั่นใจว่าเพราะเกรงกลัวอิทธิพลอะไรหรือไม่ ดังนั้นการถามความเห็นหลังจากนี้ต้องเป็นกลางและเป็นคำตอบจากประชาชนจริงๆ”นายบุญญนิตย์กล่าว
นานบุญญนิตย์กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องปริมาณไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ ต้องส่งจากภาคกลางลงไปช่วย จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และเป็นเชื้อเพลิงราคาถูก เพื่อดูค่าไฟฟ้าของประชาชนทั้งประเทศ โดยหากไม่สามารถดำเนินการได้จริง อาจเปลี่ยนไปสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)จากต่างประเทศซึ่งต้นทุนสูง จะทำให้ค่าไฟฟ้าสูงกว่าระดับ 4 บาทต่อหน่วย และจำเป็นต้องสร้างจัดเก็บรูปแบบลอยน้ำ(เอสเอฟอาร์ยู) เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดของพื้นที่ภาคใต้

