หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน วอน ข้า...

เอกชน วอน ข้าราชการ ห้ามเกียร์ว่าง-แก้หนี้ช่วยประชาชน ช่วงสุญญากาศการเมือง

12.03.23 | 18:18 น.

รองประธานอีคอนไทย วอน ข้าราชการ ห้ามเกียร์ว่าง-เดินหน้าแก้หนี้ช่วยประชาชน ช่วงสุญญากาศการเมือง แนะรบ.โค้วสุดท้ายควรเร่งส่งออก ประกันรายได้เกษตรกร

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยถึงรัฐบาลที่ใกล้ประกาศยุบสภา ว่า ช่วงนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของรัฐบาล เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วันก็คาดการณ์ว่าจะมีการยุบสภาแล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่เป็นรัฐบาลรักษาการได้อย่างเก่งก็ถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ดังนั้น จะเหลือเวลาในการดำเนินงานอีกประมาณ 1 เดือนครึ่ง คงดำเนินการหรือเดินหน้าโครงการด้านเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ได้มาก เพราะหลายโครงการได้สิ้นสุดไปหมดแล้ว อาทิ โครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 5 ซึ่งได้มีการใช้งบประมาณในส่วนนี้ไปหมดแล้ว ดังนั้น ในช่วงที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้คงไม่ได้เห็นมาตรการ หรือโครงการทางเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติมอีก เพราะเมื่อยุบสภาแล้วก็ไม่สามารถออกมาตรการต่างๆ ได้แล้ว

ส่วนในเรื่องความกังวลสุญญากาศทางการเมือง มองว่าเผชิญกับสถานการณ์นี้มาประมาณ 1 เดือนแล้ว คาดว่าไทยต้องเผชิญภาวะนี้อีกประมาณ 2 เดือน ดังนั้น หน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และประเทศจะถูกโอนไปที่ข้าราชการประจำ ฉะนั้น ข้าราชการจะต้องไม่เกียร์ว่าง เดินหน้ามาตรการที่สำคัญต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของหนี้สิน ซึ่งประเด็นนี้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทางภาคเอกชน อยากให้ดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป เพราะตอนนี้หลายธุรกิจเริ่มฟื้นตัวแล้ว เรื่องการเสริมสภาพคล่องจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

การผลักดันเรื่องการส่งออกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ติดลบ และทั้งปี 2566 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ คาดว่าการส่งออกจะอยู่ที่ 0.4% เท่านั้น ดังนั้นในช่วงที่เหลือของรัฐบาลชุดปัจจุบันหากพบอุปสรรคหรือยังพอมีมาตรการที่จะออกมาช่วยผลักดันให้รีบนำออกมาใช้ รวมถึงข้าราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งผลักดัน เพื่อช่วยกันให้ส่งออกยังเดินหน้าได้ต่อไป นอกจากนี้ในเรื่องของการประกันราคาพืชผลต่างๆ ที่เตรียมออกมาชดเชยเกษตรกร ควรรีบแจกจ่ายให้ครบถ้วน เนื่องจากรายได้เหล่านี้จะเป็นตัวช่วยให้คนกลุ่มนี้มีรายได้ในการจับจ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

“บางเรื่องที่สามารถขับเคลื่อนได้ ไม่อยากให้ข้าราชการประจำกระทรวงต่างๆ รอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแล้วค่อยขับเคลื่อนต่อ เพราะการทำเช่นนั้นอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ส่วนในเรื่องของสุญญากาศทางการเมือง เชื่อว่าไม่ได้มีผลต่อภาคการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ยังชื่นชอบและสนใจที่จะเข้ามาเที่ยวไทยต่อเนื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง คือในเรื่องของการนำเสนอข้อมูลเรื่องฝุ่นละออกขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีหน่วยงานเล่นใหญ่ว่าไทยติดอันดับต้นๆ เมืองที่มีฝุ่นทั้งที่ความจริงแล้วเป็นบางพื้นที่เท่านั้น จึงอยากให้สร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวให้ครบถ้วน เพื่อรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเที่ยวไทยด้วย” นายธนิต กล่าว

Advertisement

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: