หุ้นดิ่งแรง 26 จุด เซ่นพิษวิกฤตแบงก์สหรัฐปิด ฉุดหุ้นแบงก์รูดยกแผง
วันที่ 13 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,592.60 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,573.07 จุด ปรับลดลง 26.58 จุด หรือ 1.66% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,602.65 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,572.65 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 79,662.39 ล้านบาท
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับลดลงอย่างร้อนแรง เป็นภาพเดียวกับตลาดหุ้นอื่นรอบบ้าน ตอบรับข่าววิกฤตสถาบันการเงินสหรัฐ ในกรณีการปิดธนาคาร Silvergate Capital และธนาคาร Silicon Valley (SVB) ประสบปัญหาสภาพคล่องหนัก ทำให้สหรัฐต้องออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สร้างความกังวลให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ยังมีทิศทางไหลออกต่อเนื่อง หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยเป็นเดือนแรก ซึ่งเป็นผลจากความกังวลวิกฤตธนาคารสหรัฐดังกล่าว ส่งผลกดดันดัชนีปรับตัวลงลึกในช่วงท้ายก่อนปิดตลาด
นายชัยยศ กล่าวว่า ประเมินแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,555 จุด ซึ่งเป็นที่ดัชนีย่อตัวลงไปในรอบก่อนหน้านี้ โดยมองว่าดัชนีที่ลดลงไป 26 จุดนั้น ยังไม่ถึงจุดต่ำสุดของการปรับลดลงด้วย เพราะทิศทางฟันด์โฟลว์ยังเป็นตัวกดดันอยู่ ส่วนปัจจัยบวกที่จะเข้ามาสนับสนุนตลาดให้ดีดตัว (รีบาวด์) ขึ้นมาได้ คงต้องรอดูพัฒนาการของมาตรการที่จะเข้ามาช่วยเหลือของแบงก์สหรัฐที่ปิดตัวลง ว่าจะได้ผลมากน้อยอย่างไร รวมถึงแบงก์อื่นๆ ในสหรัฐที่อาจได้รับผลกระทบหรือมีปัญหาตามด้วย โดยกลยุทธ์ที่แนะนำการลงทุน ยังเป็นจุดเข้าซื้อสะสมได้ของผู้ที่ยังไม่มีหุ้น เน้นหุ้นรายตัว อาทิ กลุ่มไอซีที โรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ติดหุ้นอยู่แล้ว สามารถซื้อถั้วราคาได้ในระดับ 1,555 จุด แต่ต้องรับความเสี่ยงที่อาจเกิดความผันผวนได้
“กระแสที่จะมาช่วยได้บ้าง เป็นเรื่องของการเลือกตั้ง ที่น่าจะเข้าใกล้มากขึ้นแล้ว ทั้งการยุบสภา และการเลือกตั้งใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งปกติแล้วเมื่อมีการเลือกตั้ง ก็จะมีเม็ดเงินเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ดีดตัวขึ้นได้บ้าง ส่วนฟันด์โฟลว์แนวโน้มในเดือนมีนาคมนี้ น่าจะยังขายออกอยู่ เพราะมีความกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และแรงกดดันจากเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องใหม่ด้วย” นายชัยยศ กล่าว
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคาร ดัชนีอยู่ที่ระดับ 367.90 จุด ปรับลดลง 10.00 จุด หรือลบ 2.65% โดยธนาคาร 3 อันดับแรกที่ปรับลดลงมากสุด ได้แก่ 1.ธนาคารกสิกรไทย ลดลง 7.50 บาทต่อหุ้น 2.ธนาคารกรุงเทพ ลดลง 5.50 บาทต่อหุ้น และ 3.ธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลง 2.50 บาทต่อหุ้น

