เสียงตอบรับจากประชาชนคึกคัก สำหรับ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 หลังเปิดลงทะเบียน 27 กุมภาพันธ์ และใช้สิทธิจองโรงแรมห้องพักตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสิทธิห้องพักครบ 560,000 สิทธิ ใช้เวลาไม่ถึง 4 วัน
เรื่องนี้ไม่เหนือความคาดหมายของ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่คาดว่าจะหมด เพราะจำนวนไม่มากเท่าเฟส 1-4 และเฉลี่ยการใช้สิทธิในเฟสก่อนหน้าอยู่ที่ 5 แสนสิทธิต่อเดือน แต่ครั้งนี้ดุเดือดกว่าเดิม เพราะหมด 5 แสนสิทธิในสัปดาห์เดียวเท่านั้น และน่าจะเป็นเฟสสุดท้าย ไม่มีออกมาเพิ่มแล้ว
โดยผู้ที่จองโรงแรมห้องพักและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เดินทางเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคมเป็นต้นไป
ล่าสุด หลังเข้าใช้บริการที่พักเริ่มเจอเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้ใช้สิทธิว่ามีการปรับขึ้นราคาห้องพักมากกว่าเดิม ทำให้ประชาชนจ่ายเงินค่าห้องพักเท่าเดิม แม้มีส่วนลดจากเราเที่ยวด้วยกันที่รัฐบาลสมทบให้สัดส่วน 40% แต่เมื่อหักลบกับราคาห้องพักที่ปรับขึ้นมาแล้ว กลับต้องจ่ายค่าห้องพักในราคาเดิม อาทิ ห้องพักก่อนมีโครงการอยู่ที่ 5,000 บาท เมื่อมีโครงการขึ้นมาที่ 8,000 บาท เมื่อลด 40% ไปก็เหลือ 5,000 บาทอยู่ดี
เท่ากับว่าผู้ประกอบการบางรายฉวยจังหวะปรับราคาขึ้น ทำให้มีรายได้ทั้งจากประชาชนที่ใช้สิทธิ และรัฐบาลที่สมทบให้ 40%
หากเป็นแบบนี้ เท่ากับโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่ใช้เงินภาษีของประชาชนในการดำเนินโครงการนั้น นอกจากจะไม่ใช่ลดภาระต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว ยังเป็นการเติมเงินในกระเป๋าให้กับผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่งที่เล่นตุกติก
ย้อนรอยเสียงสะท้อนพบว่า เคยเกิดเรื่องทำนองนี้ตั้งแต่เฟสแรกๆ และยังพบอีกในเฟส 5นี้ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของเราเที่ยวด้วยกันแล้ว
หวังว่ารอบนี้ ททท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการกับเนื้อร้ายพวกนี้อย่างจริงจังและเด็ดขาด
อย่างน้อยก็เพื่อให้เฟสสุดท้ายจบอย่างสวยงามมากที่สุด

