CIMBT จับตาแบงก์อื่นเสี่ยงล้มอีกตามวิกฤตปิดธนาคารสหรัฐ หากทำธุรกรรมเกี่ยวกับกลุ่มเทค ที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี คาดตลาดหุ้นยังป่วน
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยและที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยถึงกรณีธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (เอสวีบี) ล้มละลาย ว่า สาเหตุของปัญหาดังกล่าวน่าจะเป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กระทบราคาพันธบัตรและมีผลให้กลุ่มเทคและกลุ่มสตาร์ทอัป มีปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจนกระทบธนาคารที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนี้ รวมทั้งผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่นจนแห่ถอนเงิน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาธนาคารเอสวีบีล้มละลายไม่น่าลามจนเกิดวิกฤติการเงินเหมือนในปี 2551 เพราะการเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจจริงอื่นๆ มีน้อยและขนาดของธนาคารที่มีปัญหาไม่ได้ใหญ่จนมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และเชื่อว่าเฟดมีความยืดหยุ่นพอที่จะดูแลปัญหา รวมถึงคาดว่าส่งผลกระทบจำกัดต่อตลาดการเงินสหรัฐ
นายอมรเทพ กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวโดยรวมไม่น่าลุกลาม เนื่องจากในช่วงวันพุธที่ 8- พฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับย่อลงเพราะความกังวลว่าจะมีธนาคารอื่นล้มด้วยไหม แต่ปัญหานี้น่าอยู่ในแบงก์ขนาดเล็กที่เน้นกลุ่มเทคหรือสตาร์ตอัปเป็นหลัก ซึ่งต่างกับแบงก์ใหญ่ โดยในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม หุ้นแบงก์ใหญ่ฟื้นแต่แบงก์เล็กลงต่อ
ดังนั้น โดยรวมปัญหาไม่น่าลาม โดยธนาคารที่มีการถือตราสารที่ดี ยังสามารถเข้าถึงสภาพคล่องจากเฟดได้ แต่อาจมีแบงก์ที่มีปัญหาเพิ่มในกลุ่มที่ขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นแรงในสหรัฐ จนราคาพันธบัตรลดลง
“จริงๆ ถ้าถือจนครบอายุสัญญาจะไม่ขาดทุน ต้องดูว่าใครร้อนเงินอีก หรือมีใครโดนแห่ถอนเงินจากวิกฤติศรัทธาบ้าง หลักๆ คงจะเป็นธนาคารที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับกลุ่มเทค ที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ“ นายอมรเทพ กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นน่าจะยังผันผวนจากความกังวลว่าจะมีธนาคารไหนเป็นรายต่อไปที่ล้ม หรืออย่างน้อยก็ห่วงการลงทุนในกลุ่มการเงิน รวมทั้งกลุ่มเทคขนาดเล็กที่คนอาจกังวลปัญหาขาดเงินทุนโดยเฉพาะช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเช่นนี้
นายอมรเทพ กล่าวว่า ด้านผลกระทบต่อไทยหลังปัญหาสภาพคล่องในสหรัฐ โดยมากผลกระทบต่อไทยในระยะสั้นจะผ่านตลาดเงินและตลาดทุนที่ยังมีแนวโน้มผันผวนในสัปดาห์นี้ อาจมีแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ตลาดน่าให้น้ำหนักการชะลอตัวของค่าจ้างแรงงานและอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐแต่อาจรอตัวเลขเงินเฟ้อ ยอดค้าปลีก และอื่นๆ เพื่อดูสัญญาณว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่อแรงหรือไม่
ซึ่งกรณีธนาคารเอสวีบี อาจมีน้ำหนักด้านเสถียรภาพตลาดการเงิน ทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป เงินน่ากลับมาตลาดเกิดใหม่ เงินบาทน่าขยับแบบกรอบแคบที่ 35-36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากธนาคารเอสวีบีมีปัญหาลามต่อหรือมีความไม่แน่นอนต่อก็อาจกระทบภาคการส่งออกของไทยซึ่งก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ให้ชะลอต่อได้
นายอมรเทพ กล่าวว่า ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าย่อลงตามอุปสงค์ที่อ่อนแอลงทำให้การนำเข้าไทยลดลงตามไม่น่ามีปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเหมือนก่อนหน้า ส่วนภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่น่ากระทบ โดยรวมปัญหานี้น่ากระจุกในสหรัฐไม่น่ากระทบเอเชียแปซิฟิกมากนัก โดยเฉพาะจีนที่ยังเติบโตได้ดีแต่แน่นอนว่าการส่งออกไม่สดใส
ทั้งนี้ สำหรับธนาคารพาณิชย์ของไทย คงไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้อนุญาตให้ธนาคารลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีโดยตรง ขณะที่กลุ่มการเงินก็ยังคงถูกกำกับอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับที่เป็นผู้ดูแลของไทย
อ่านข่าวน่าสนใจ:
- ดีพร้อม – เดลต้า เร่งเอสเคิร์ฟสตาร์ตอัพ ปั้นผู้ผลิตนวัตกรรมช่วยภาคอุตฯ
- สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก ปัดขึ้นราคาห้องพัก เราเที่ยวด้วยกัน5
- ลุ้น ครม. เคาะแพคเกจอีวี3.5 ส่วนลดเหลือ 1 แสนบาท ดึงค่ายยุโรป-เมการ่วม

