หน้าแรก เศรษฐกิจ CIMBT จับตาแบ...

CIMBT จับตาแบงก์อื่นเสี่ยงล้มอีกตามวิกฤตปิดธนาคารสหรัฐ คาดตลาดหุ้นยังป่วน

14.03.23 | 13:07 น.

CIMBT จับตาแบงก์อื่นเสี่ยงล้มอีกตามวิกฤตปิดธนาคารสหรัฐ หากทำธุรกรรมเกี่ยวกับกลุ่มเทค ที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี คาดตลาดหุ้นยังป่วน

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายอมรเทพ​ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหาร​สำนัก​วิจัย​และที่ปรึกษา​การลงทุน​ ธนาคาร​ซีไอเอ็มบี ​ไทย​ (CIMBT) เปิดเผยถึงกรณีธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (เอสวีบี) ล้มละลาย ว่า สาเหตุของปัญหาดังกล่าวน่าจะเป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กระทบราคาพันธบัตรและมีผลให้กลุ่มเทคและกลุ่มสตาร์ทอัป ​มีปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง​จนกระทบธนาคารที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนี้​ รวมทั้งผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่น​จนแห่ถอนเงิน​

อย่างไรก็ตาม ปัญหาธนาคารเอสวีบีล้มละลายไม่น่าลามจนเกิดวิกฤติการเงินเหมือนในปี​ 2551 เพราะการเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจ​จริง​อื่นๆ มีน้อยและขนาดของธนาคารที่มีปัญหาไม่ได้ใหญ่จนมีนัย​สำคัญ​ต่อเศรษฐกิจ​สหรัฐ​​ และเชื่อว่าเฟดมีความยืดหยุ่นพอที่จะดูแลปัญหา รวมถึงคาดว่าส่งผลกระทบจำกัดต่อตลาดการเงินสหรัฐ

นายอมรเทพ​ กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวโดยรวมไม่น่าลุกลาม เนื่องจากในช่วงวันพุธที่ 8- พฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับย่อลงเพราะความกังวลว่าจะมีธนาคารอื่นล้มด้วยไหม​ แต่ปัญหานี้น่าอยู่ในแบงก์ขนาดเล็กที่เน้นกลุ่มเทคหรือสตาร์ตอัปเป็นหลัก​ ซึ่งต่างกับแบงก์ใหญ่​ โดยในวันศุก​ร์ที่ 10 มีนาคม หุ้นแบงก์ใหญ่ฟื้น​แต่แบงก์เล็กลงต่อ​

ดังนั้น โดยรวมปัญหาไม่น่าลาม โดยธนาคารที่มีการถือตราสารที่ดี ยังสามารถเข้าถึงสภาพคล่องจากเฟดได้​ แต่อาจมีแบงก์ที่มีปัญหาเพิ่ม​ในกลุ่มที่ขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ย​ที่ขึ้นแรงในสหรัฐ​ จนราคาพันธบัตร​ลดลง​

Advertisement

“จริงๆ​ ถ้าถือจนครบอายุ​สัญญา​จะไม่ขาดทุน ต้องดูว่าใครร้อนเงินอีก​ หรือมีใครโดนแห่ถอนเงินจากวิกฤติ​ศรัทธา​บ้าง หลักๆ คงจะเป็นธนาคารที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับกลุ่มเทค ที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ​“ นายอมรเทพ​ กล่าว

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นน่าจะยังผันผวนจากความกังวลว่าจะมีธนาคารไหนเป็นรายต่อไปที่ล้ม หรืออย่างน้อยก็ห่วงการลงทุนในกลุ่มการเงิน​ รวมทั้งกลุ่มเทคขนาดเล็กที่คนอาจกังวลปัญหาขาดเงินทุน​โดยเฉพาะช่วงอัตราดอกเบี้ย​ขาขึ้นเช่นนี้

นายอมรเทพ​ กล่าวว่า ด้านผลกระทบต่อไทยหลังปัญหาสภาพคล่องในสหรัฐ โดยมากผลกระทบต่อไทยในระยะสั้นจะผ่านตลาดเงินและตลาดทุน​ที่ยังมีแนวโน้มผันผวนในสัปดาห์นี้​ อาจมีแรงเทขายในสินทรัพย์​เสี่ยงในระยะสั้น​ แต่ตลาดน่าให้น้ำหนักการชะลอตัวของค่า​จ้างแรงงาน​และอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ​แต่อาจรอตัวเลขเงินเฟ้อ​ ยอดค้าปลีก​ และอื่นๆ​ เพื่อดูสัญญาณ​ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่อแรงหรือไม่​

ซึ่งกรณี​ธนาคารเอสวีบี​ อาจมีน้ำหนักด้านเสถียรภาพ​ตลาดการเงิน​ ทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป​ เงินน่ากลับมาตลาดเกิดใหม่​ เงินบาทน่าขยับแบบ​กรอบแคบที่ 35-36​ บาทต่อเหรียญสหรัฐ​ หาก​ธนาคารเอสวีบีมีปัญหาลามต่อหรือมีความไม่แน่นอนต่อ​ก็อาจกระทบภาคการส่งออกของไทยซึ่งก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว​ ให้ชะลอต่อได้​

นายอมรเทพ​ กล่าวว่า ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าย่อลงตามอุปสงค์​ที่อ่อนแอลง​ทำให้การนำเข้าไทยลดลงตาม​ไม่น่ามีปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัด​เหมือนก่อนหน้า​ ส่วนภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่น่ากระทบ​ โดยรวมปัญหานี้น่ากระจุกในสหรัฐ​ไม่น่ากระทบเอเชีย​แปซิฟิก​มากนัก​ โดยเฉพาะจีนที่ยังเติบโต​ได้​ดี​แต่แน่นอนว่าการส่งออกไม่สดใส

ทั้งนี้ สำหรับธนาคารพาณิชย์ของไทย คงไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้อนุญาตให้ธนาคารลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีโดยตรง ขณะที่กลุ่มการเงินก็ยังคงถูกกำกับอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับที่เป็นผู้ดูแลของไทย

 

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: