วิริยะประกันภัย ลั่นครองตลาดรถอีวี วางเป้ารายได้รวมปี66แตะ 4.3 หมื่นล้าน
นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2565 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 40,991 ล้านบาท เติบโต 5.78% แยกเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 35,847 ล้านบาท ส่วนเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์(นอนมอเตอร์) มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,144 ล้านบาท มีสินทรัพย์อยู่ที่ 69,946 ล้านบาท และอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมายอยู่ที่ประมาณ 155 % สำหรับแผนปี 2566 คงปรัชญาทำธุรกิจที่ยึดมั่นมาตลอด 76 ปี คือความเป็นธรรม คือนโยบาย และเพิ่มกลยุทธ์ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยตั้งเป้ายอดขายปี2566 ไว้ประมาณ 43,000 ล้านบาท เติบโต 6% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 37,600 ล้านบาท เติบโต 5% เบี้ยประกันภัยนอนมอเตอร์ประมาณ 5,700 ล้านบาท เติบโต 11 % และกลับมาทำกำไรประมาณ 2,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุนตามบัญชี 9,000 ล้านบาท ผลจากประกันภัยโควิด
นายอมร กล่าวว่า ส่วนกลยุทธ์ปี 2566 อยู่ภายใต้แนวคิดปีแห่งนวัตกรรมบริการ : ทุกความเสี่ยงภัย เราพร้อมเคียงข้างคุณ โดยเพิ่มเติมต่อยอดพัฒนาด้านเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมบริการ ซึ่งได้วางเป้าประสงค์หลักไว้ 3 เป้าหมาย คือ เป้าหมายด้านช่องทางการขาย ด้วยการยกระดับให้สำนักงานมาตรฐานตัวแทนเป็นสำนักงานดิจิตอล สามารถออกกรมธรรม์ให้ลูกค้าได้ด้วยตัวของสำนักงานเอง เป้าหมายด้านการบริการสินไหมทดแทน นอกจากระบบเคลมออนไลน์ VClaim on VCall พร้อมขยายพื้นที่ให้บริการจุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุทั่วไทย และเป้าหมายด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มจากที่มีอยู่ 60 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการรับประกันภัยรถไฟฟ้า ซึ่งปีนี้จะขยายองค์ความรู้ไปยังกลุ่มตัวแทนนายหน้า โดยในปัจจุบันบริษัทได้ให้ความคุ้มครองรถยนต์ไฟฟ้า 5,286 คัน และคงเป็นบริษัทรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า เป็นอันดับหนึ่งด้วย
” ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่้มรับประกัยภัยรถอีวีอีก 1-2 พันคัน ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าตลาดรถอีวี ขณะที่มีความผันผวนสูง จาก 3 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรกประชาชนหันมาเปลี่ยนรถใหม่จากสันดาปเป็นอีวี ตลาดอีวีก็จะขยายตัวเป็นเท่าตัวในแต่ละปี ปัจจัยสองประชาชนยังมองเป็นทางเลือกที่ซื้อเป็นรถคันที่ 3-4 เท่านั้น ตลาดก็จะขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป และ ปัจจัยสุดท้าย เรื่องนโยบายการเมืองและรัฐบาลใหม่จะยังส่งเสริมและผลักดันต่อเนื่องแค่ไหน รวมถึงอีกหลายเรื่องที่กำลังปรับ เช่น การแยกความคุ้มครองแบตเตอร์รี ซึ่งสมาคมประกันภัยกำลังหารือกับคปภ. เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมองเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง เพียงแต่จะคึกคักมากหรือน้อย ” นายอมร กล่าว
นายอมร กล่าวถึงธนาคารในสหรัฐประสบปัญหาและเริ่มปิดตัวแล้ว 2 แห่งนั้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งในส่วนของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่มีการลงทุนในต่างประเทศ และเชื่อว่าไม่ส่งผลทางจิตวิทยาการซื้อประกัน ส่วนผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยสูงและมีแนวโน้มไทยจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ จะส่งผลดีต่อบริษัท เพราะบริษัทได้มีการลงทุนในพันธบัตรในสัดส่วนที่สูงก็จะได้รับผลประโยชน์รายได้ที่เพิ่มขึ้น
นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมด้านบริการ ปัจจุบันสำนักงานตัวแทนวิริยะประกันภัยสามารถใช้โปรแกรมออกกรมธรรม์เองได้เลย รวมถึงระบบตรวจสภาพรถยนต์ผ่านออนไลน์ก่อนทำประกันภัยอีกด้วย งานบริการหลังการขายเดินหน้าสานต่อนโยบายบริหารสินไหมแบบองค์รวม เชื่อมโยงเครือข่ายศูนย์บริการสินไหม บุคลากร ข้อมูล และนวัตกรรม ขยายเครือข่ายศูนย์บริการสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น งานบริหารจัดการข้อมูลได้พัฒนาระบบข้อมูลสินไหมอัจฉริยะ โดยใช้จุดแข็งของวิริยะประกันภัยที่อยู่ในธุรกิจมายาวนานกว่า 76 ปี และครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทฯ มีข้อมูลสินไหมทดแทนจำนวนมากมาย ที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เอาประกันภัยได้อย่างมากมาย หลากหลายแง่มุม ไม่เพียงเฉพาะในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังช่วยในเรื่องการพัฒนางานสินไหมได้อย่างน่าทึ่ง เช่น การที่เรามีข้อมูลจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย บริษัทฯ จะร่วมมือกับภาครัฐในการรณรงค์หามาตรการลดหรือบรรเทาอุบัติภัยบนท้องถนน หรือ เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตามจุดใกล้เคียงเพื่อออกบริการสินไหมได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการรอคอยของผู้เอาประกันภัย
นายสยม กล่าวว่า ขณะที่งานสรรหาและพัฒนานวัตกรรมประกันภัยใหม่ ๆ (Innovation) ที่จะมาช่วยพัฒนาระบบงานสินไหม สนับสนุนการทำงานของพนักงานด้านสินไหม และสำคัญที่สุดคือเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้เอาประกันภัย วิริยะประกันภัยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการขับเคลื่อนบริการสินไหมทดแทนด้วยนวัตกรรมด้านประกันภัยที่ทันสมัย เช่น การดูแลสินไหมรถยนต์ EV ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งโซนยุโรปและเอเชีย ต่างก็แข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ EV เนื่องจากได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย หลายค่ายทยอยเปิดตัวรถยนต์ EV รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับวิริยะประกันภัย เรามีความพร้อมอย่างเต็มกำลังในการรองรับตลาดรถยนต์ EV ทั้งในส่วนบุคคล และเชิงพาณิชย์ เนื่องจากผู้ประกอบการภาคธุรกิจชั้นนำ หรือแม้แต่องค์กรภาครัฐต่างก็หันมารณรงค์การใช้รถยนต์ EV เพื่อขับเคลื่อน Green Economy System สร้างเศรษฐกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสังคมไทยเติบโตแบบยั่งยืน
นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนงานด้านการประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์(Non-Motor) ว่า จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ค่อยๆฟื้นตัว หลังจากการระบาดโควิด-19 คลี่คลาย ดังนั้น แนวทางการดำเนินงานมุ่งดูแลและพัฒนาการให้บริการทั้งการพัฒนาระบบCore System ใหม่ ปรับปรุง Website ทำการตลาดแบบตรงกับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลมากขึ้น พัฒนาระบบ CRM เป้าหมายปี 2566 วางแผนขยายอัตราส่วนประกันภัย Non-Motor เติบโต 10.65% ประมาณการเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 5,694 ล้านบาท โดยคงมุ่งเน้นขยายงานผลิตภัณฑ์ประกันภัยส่วนบุคคล เป็นหลัก ทั้งประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยอุบัติเหตุ ประกันภัยอะไหล่รถยนต์ ประกันภัยสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย รวมถึง ประกันภัยการเดินทาง ซึ่งในเดือนเมษายนนี้จะฟื้นการขายประกันเดินทางต่างประเทศหลังหยุดขายช่วงโควิด รองรับการเปิดประเทศและเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น เริ่มต้นความคุ้มครอง 4 วัน จ่ายเบี้ย 180-190 บาท ซึ่งแต่ละปีจะมียอดขายประมาณ 40 ล้านบาท ส่วนประกันเดินทางในประเทศเริ่มต้น 27 บาท คุ้มครอง 7 วัน ซึ่งต่อปีจะมียอดขาย 40-50 ล้านบาท

