ตื่นแบงก์สหรัฐล้ม หุ้นไทยดิ่งฮวบ 50 จุด วอลุ่ม 9.6หมื่นล้านบาท บิ๊กตู่สั่งถอน รถไฟฟ้าสายสีส้ม รมต.รุมค้าน แนะรอจบคดี รอรัฐบาลใหม่เคาะ
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีการเสนอวาระสำคัญหลายเรื่อง อาทิ การแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แทนนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ทำหน้าที่รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อนหน้านี้ หลังจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งนายอนุทิน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากนายอธิรัฐจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงการต่างๆ สมัยที่นายศักดิ์สยามทำไว้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟสายสีส้มที่นายอธิรัฐจะเร่งเสนอให้ ครม.อนุมัติในวันนี้ แต่ถูกคัดค้านในที่ประชุม ครม. ซึ่งการแต่งตั้งนายอนุทินดังกล่าว จึงเป็นการนำอำนาจของกระทรวงคมนาคม มาอยู่ในการกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทย ที่นายอนุทินเป็นหัวหน้าอีกครั้ง
อนุทินแจงเหตุถอนรถไฟฟ้าสีส้ม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายอธิรัฐเจ้าของเรื่องได้ขอถอนการพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มออกไป เพราะเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่สมควรจะดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่า นายอธิรัฐได้ชี้แจงอย่างไร สุดท้ายถอนเรื่องออกไป นายอนุทินกล่าวว่า หลังจากรับฟังเหตุผลจากส่วนราชการและรัฐมนตรีหลายคน ก็คงใช้วิจารณญาณในการถอนเรื่องออกไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงที่ ครม.รักษาการ จะนำโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมาพิจารณาอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในช่วงรักษาการไม่สามารถพิจารณาได้แล้ว ต้องรอรัฐบาลใหม่
เมื่อถามว่า ขณะนี้นายอนุทินถือว่าทำหน้าที่รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่จะรักษาการในกระทรวงคมนาคมก็ต่อเมื่อนายอธิรัฐติดภารกิจไปต่างประเทศ หรือไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ ตอนนี้กระทรวงคมนาคมเหลือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเพียงคนเดียว ไปเขียนให้เกิดความสับสนว่า ภท.กับ พปชร. แย่งกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าไม่เกี่ยว แต่กระทรวงคมนาคมยังอยู่ในการกำกับดูแลของพรรค ภท.
รมต.แห่ค้านนำเข้าพิจารณา
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ได้ถอนวาระดังกล่าว ในที่ประชุมมีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความเห็นโดยขอให้บันทึกว่าไม่เห็นชอบที่จะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา ต้องขอบคุณนายกฯที่ตัดสินใจให้กระทรวงคมนาคมถอนเรื่องออกไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า สัดส่วนรัฐมนตรีที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวนมากหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า มีพอสมควร โดยมีรัฐมนตรีที่อภิปราย 6-7 คน อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายสุริยะกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องฟังความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย เรื่องนี้ควรรอความชัดเจนจากศาลปกครองสูงสุดก่อน เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นมา ไม่ควรอนุมัติ อีกทั้งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เสนอมาเป็นวาระจรทำให้ไม่มีเวลาดูรายละเอียดเลย จึงคิดว่าไม่ควรนำเข้าพิจารณา
นายกฯตัดบทให้ถอนเรื่องออกไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่เริ่มการประชุม ครม. นายอธิรัฐมีสีหน้าเคร่งเครียด ลุกลี้ลุกลน และลุกออกจากเก้าอี้ออกไปพูดคุยโทรศัพท์บ่อยครั้ง แต่บรรยากาศเริ่มมาตึงเครียดในช่วงบ่าย ที่จะมีการบรรจุวาระรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าสู่การพิจารณาในวาระจร และมีรัฐมนตรีบางคนทยอยเดินทางกลับ เมื่อเข้าสู่วาระการประชุมก็มีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความไม่เห็นด้วยหลังจากแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางราว 1 ชั่วโมง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พูดตัดบทว่า ผมตัดสินใจให้ถอนเรื่องไปก่อน รอให้ศาลพิจารณาได้ข้อยุติก่อน ส่วนเรื่องของอนาคต ให้รัฐบาลหน้ามาดำเนินการต่ออย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้นายอธิรัฐจะเป็นผู้เสนอเรื่องเข้ามา และนายอนุทินเป็นคนเซ็นให้ผ่านเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในฐานะรองนายกฯกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม แต่ทั้งสองกลับไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย
หุ้นแบงก์ทั่วโลกร่วงระนาว
การล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์ (เอสวีบี) และธนาคารซิกเนเจอร์ของสหรัฐ จากการขาดสภาพคล่องรุนแรง ส่งผลให้หุ้นของธนาคารทั่วโลกร่วงลงติดต่อกันเป็น วันที่ 2 ในวันที่ 14 มีนาคม หลังจากการให้คำยืนยันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ว่า ระบบการเงินการธนาคารของสหรัฐมีความปลอดภัย รวมถึงท่าทีจากผู้กำหนดนโยบายอื่นๆ ไม่สามารถทำให้ตลาดไว้วางใจได้ โดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในเอเชียปรับตัวลดลง นำโดยดัชนีย่อยธนาคารพาณิชย์ของญี่ปุ่น IBNKS.T ที่ลดลงต่ำที่สุดถึง 6.7% ในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่หุ้นในกลุ่มธนาคารทั่วโลกโดยเฉพาะในฝั่งอเมริกาและยุโรปปรับตัวลดลงในวันที่ 13 มีนาคม ทั้งนี้ ธนาคารในท้องถิ่นของสหรัฐได้รับผล
กระทบหนักที่สุด โดยหุ้นของ First Republic Bank FRC ลดลงถึง 65.1% เนื่องจากความล้มเหลวในการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ ซึ่งไม่สามารถเรียกความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ ขณะที่หุ้นของ Western Alliance Bancorp WAL.N, PacWest Bancorp PACW.O และ Charles Schwab SCHW.N ก็พากันร่วงลง 75.9%, 41.0% และ 19% ตามลำดับ ทำให้ต้องมีการระงับการซื้อขายหุ้นทั้ง 4 ตัวดังกล่าวหลายครั้ง ความหวาดกลัวของนักลงทุนทำให้ธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐสูญเสียมูลค่าในตลาดหุ้นไปราว 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 13 มีนาคมเพียงวันเดียว หากรวมมูลค่าหุ้นที่ลดลงในการซื้อขาย 3 ช่วงที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นธนาคารสหรัฐลดลงไปเกือบ 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.574 ล้านล้านบาท
ด้านดัชนีธนาคาร STOXX ของยุโรป .SX7P ปิดลดลง 5.7% Commerzbank CBKG.DE ของเยอรมนีร่วงลง 12.7% และ Credit Suisse CSGN.S ร่วงลง 9.6% ซึ่งถือว่าลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์จากผลกระทบดังกล่าว
หุ้นไทยปิดตลาดดิ่ง48จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้น วันที่ 14 มีนาคม ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ เปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,573.07 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,524.85 จุด ปรับลดลง 48.22 จุด หรือ 3.07% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดระดับ 1,572.36 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,518.66 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 96,347.95 ล้านบาท

