หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท. เผยโรง...

ส.อ.ท. เผยโรงงานพร้อมลดฝุ่นพิษ แต่ขอสินเชื่อ ‘กรีนไฟแนนซ์’ ปรับกระบวนการผลิต

15.03.23 | 14:04 น.

ส.อ.ท. เผยโรงงานพร้อมลดฝุ่นพิษ แต่ขอสินเชื่อ ‘กรีนไฟแนนซ์’ ปรับกระบวนการผลิต เชื่อได้รบ.ใหม่สิงหาคม เกาะติดผลกระทบแบงก์สหรัฐล้ม

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,316 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท อยู่ที่ระดับ 96.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 93.9 ในเดือนมกราคม สูงสุดในรอบ 47 เดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า

ปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการผลิตตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคและภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวชัดเจน และอานิสงส์การเปิดประเทศของจีน ขณะเดียวกันการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ตลอดจนการเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ต้นทุนประกอบการประเภทราคาวัตถุดิบปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามโดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลกที่ล่าสุดกรณีที่สหรัฐปิดธนาคาร 3 แห่งโดยต้องติดตามว่าปัญหานี้จะลุกลามหรือไม่ ซึ่งในส่วนของของสถาบันการเงินไทยยังมีความเชื่อมั่นว่ายังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากผลกำไรที่ดีในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ปัญหาการต่อสู้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงยืดเยื้อล่าสุดจะมีการหารือของผู้นำจีนและรัสเซียว่าจะมีทางออกในการเจรจามากน้อยเพียงใด

ขณะที่ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินที่ไม่ใช่เพียงไทยแต่มีหลายชาติประสบปัญหาผู้นำเข้าส่งออกต้องระวัง เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่ยังคงมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นอีก ส่วนราคาพลังงงานโดยเฉพาะราคาน้ำมันขณะนี้เริ่มดีขึ้นแต่ค่าไฟฟ้าของไทยเองยังคงอยู่ในระดับสูง จึงหวังว่าค่าไฟพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 จะลดลง เพราะบางประเทศในภูมิภาคมีค่าไฟที่ถูกกว่าทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าผู้ประกอบการไทย ทำให้ราคาสินค้าของไทยยังมีราคาสูงกว่าคู่แข่งหากต้องส่งออกไปต่างประเทศ

Advertisement

ผู้ประกอบการมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐดังนี้ 1. ขอให้ภาครัฐเร่งการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนงานเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจหยุดชะงักในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 2. เสนอให้ภาครัฐบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง

“คาดว่าจะมีการยุบสภาในเร็วๆนี้ และจะมีการเลือกตั้งในพฤษภาคม 2566 กว่าจะได้รัฐบาลใหม่เรียบร้อยน่าจะประมาณสิงหาคม 2566 ทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวลว่าหลายหน่วยงานจะมีการรอดูความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ว่าจะมีทิศทางการดำเนินอย่างไร ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความล่าช้าซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อยากให้รัฐบาลออกสินเชื่อ กรีน ไฟแนนซ์ ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตามนโยบายของภาครัฐด้วย ”นายเกรียงไกรกล่าว

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: