บอร์ด กสทช. ไร้ข้อยุติ! ถกปมงบ 3.5 พันล้าน เทเลเฮลท์ นัดถกใหม่ 29 มี.ค.นี้
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ศ.คลินิก นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ดว่า การประชุมเป็นวาระปกติ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. แล้วเสร็จเวลา 13.45 น. โดยที่ประชุมพิจารณาโครงการโทรเวชกรรมถ้วนหน้า (Universal Telehealth Coverage : UTHC) หรือเทเลเฮลท์
โดยผ่านการอนุมัติจากคณะอนุกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. มูลค่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง (ยูโซ่) ที่เป็นการพิจารณากรอบใหญ่ โดยโครงการเทเลเฮลท์ เป็นหนึ่งใน 13 โครงการย่อยที่ กสทช. ทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นที่ปรึกษา
โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณ 3,500 ล้าน จากโครงการทั้งหมด 8,000 ล้านบาท จากงบประมาณเดือนพฤษภาคม 2565 – พฤษภาคม 2566 การพิจารณาเทเลเฮลท์ ซึ่งการพิจารณาวันนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ที่ประชุมบอร์ด กสทช. จึงนัดประชุมอีกรอบในวันที่ 29 มีนาคม 2566
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ได้เริ่มมาจากที่ประธานนั่งตำแหน่งบอร์ด กสทช. แต่ได้ส่งเสริมให้เกิดขึ้น เพราะเป็นโครงการที่ทำค้างมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 และจำเป็นต้องจัดการงบ เพราะจะครบอายุ 1 ปี และโครงการจำเป็นต้องมีจัดหางบประมาณไม่ใช่รีบเร่ง เพราะประเด็นการเมือง
“ก่อนจะมาเป็นประธาน กสทช. ซึ่งคณะทำงานเดิมได้จัดงบยูโซ่สำหรับปี 2565 โดยให้ตัดงบ 8,000 ล้าน ให้กับสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งการศึกษา ส่วนหนึ่งให้คนพิการ และส่วนหนึ่งให้ความมั่นคง ซึ่งตนไม่ได้จัดสรรงบ เพราะฉะนั้นมีการจัดสรรมาก่อนรับหน้าที่ กสทช.” ศ.คลินิก นพ. สรณ กล่าว
สำหรับรายละเอียดของโครงการ ยูโซ่เน็ต ดังกล่าวภายใต้งบประมาณ 8,000 ล้านบาทนั้น แบ่งออกเป็น 2 แผนยุทธศาสตร์ ได้แก่ แผน 1 วงเงิน 5,000 ล้านบาท เป็นการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน เพื่อมิติเชิงสังคม แบ่งเป็น ระบบโทรคมนาคมเพื่อสาธารณสุข 3,850 ล้านบาท หรือ เทเลเฮลท์ ระบบโทรคมนาคม เพื่อคนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม 1,000 ล้านบาท
แผน 2 วงเงิน 3,000 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในภารกิจโทรคมนาคมพื้นฐาน แบ่งเป็น ระบบโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ 2,000 ล้านบาท ระบบโทรคมนาคมเพื่อความมั่นคง 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ สำหรับเทเลเฮลท์จะครอบคลุมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต.ทั่วประเทศจำนวน 1,194 โรงพยาบาลทั่วประเทศ หากโครงการนี้แล้วเสร็จคาดหวังครอบคลุมผู้ป่วยได้ 5-10% ของผู้ป่วยที่ลงทะเบียนจากกระทรวงสาธารสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. จำนวน 500,000 คน หรือครอบคลุมผู้ป่วย 50,000 คน ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ศ.คลินิก นพ. สรณ กล่าวว่า สำหรับโครงการเทเลเฮลท์ ไม่ได้เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อนกับนโยบารัฐ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่งก็มีการทำหนังสือแจ้งแล้วว่าโครงการไม่มีการซ้ำซ้อน แต่น่าจะทำไปด้วยกันเพื่อได้ประโยชน์ทั้งคู่ เพราะได้นำระบบโทรคมนาคมไปดำเนินการซึ่งต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

โดยจะมีการทำระบบและต้องมีกฎหมายรองรับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมีคณะทำงานเข้ามาร่วมบริหารจัดการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ประกอบด้วยผู้แทนจาก 24 หน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงดีอีเอส แพทยสภา กรมบัญชีกลาง ฯลฯ ซึ่งการพิจารณาก็ต้องรอบคอบอย่างที่สุด
“การเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมว่าโครงการเทเลเฮลท์ใช้เงินก้อนใหญ่ แต่ที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพราะ กสทช.ไม่ต้องการทำโปรเจ็คย่อยแล้วเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่การนำร่องขนาดใหญ่ทำให้ครอบคลุมเชื่อมต่อให้ทั่วถึงทั้งระบบ” ศ.คลินิก นพ. สรณ กล่าว

