โรงพยาบาลวิมุต ปรับใหญ่ กางแผนธุรกิจ 5 ปี หลังได้บทเรียนโควิดสอนอย่าลงทุนตายตัว มุ่งซินเนอร์จีพันธมิตร จับมือภาคอสังหาฯ จับมือ “พฤกษา” เชื่อมโยงบริการสุขภาพให้ลูกบ้านโครงการ ผนึกรพ.รัฐ รองรับคนไข้ส่งต่อ พร้อมผุดศูนย์สุขภาพและสถานดูแลผู้สูงอายุกระจายทั่วกรุงเทพฯ ประเดิมพัฒนาสาขาปิ่นเกล้า เฟสแรก
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ได้เรียนรู้จากช่วงวิกฤติโควิดว่าจะกำหนดการลงทุนระยะยาวมากไม่ได้ เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ใครวางแผนการลงทุนแบบตายตัวล้วนแต่อยู่ในความเสี่ยง โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น เชื้อไวรัสอีโบลา-มาร์บูร์ก (Marburg Disease) ที่กําลังระบาด หากทวีความรุนแรงขึ้นก็อาจต้องปรับทิศทางธุรกิจอีก จึงตั้งวิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข Live well Stay well” โดยให้การขยายงานต่าง ๆ ในช่วง 5 ปีนับจากนี้สอดคล้องไปตามกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวิมุตปิ่นเกล้า ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 เฟส โครงการคลินิกบ้านหมอวิมุตซึ่งกําลังวางแผนว่าจะเป็น Stand alone หรือ Joint venture กับพันธมิตร รวมถึงการทํา Wellness and Nursing Home โดยร่วมทุนกับเจเอเอส แอสเซ็ท นอกจากนี้ ยังมองหาภาคีเพื่อพิจารณาร่วมทุน อาทิ โรงพยาบาลภาครัฐที่มีปัญหาเรื่องความแออัดของผู้ป่วย โดยวิมุตจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาส่วนนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเพื่อออกแบบโปรแกรมร่วมกัน
ผนึกกำลังผู้พัฒนาอสังหาฯ ร่วมสร้างสรรค์ “ปัจจัยสุข” โดยปลายเดือนกุมภาพันะที่ผ่านมา วิมุตได้ประกาศความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ผนวกบริการทางการแพทย์กับหมู่บ้านพฤกษา เพื่อสร้างระบบนิเวศเชื่อมโยงการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ลูกบ้านได้รับการดูแลเสมือนมีหมอประจำครอบครัว โดยวิมุตจะเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพตามหมู่บ้านต่าง ๆ ของพฤกษา เพื่อกระจายบริการทางการแพทย์มาตรฐานสูงให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
“ได้เปิดบริการศูนย์ดูแลสุขภาพที่บางนาวงแหวน ซึ่งเป็นลูกบ้านของพฤกษาอเวนิว มี 7 หมู่บ้านราว 5,000 หลังคาเรือน และยังให้บริการแก่ลูกค้าภายนอกอย่างลูกบ้านของนันทวันซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย” นพ.สมศักดิ์ กล่าว
นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ได้วาง 5 จุดยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ ชั้นใน พร้อมกระจายสู่ปริมณฑล โดยเริ่มแผนการพัฒนาวิมุตสาขาปิ่นเกล้า สถานที่ตั้งอยู่ติดกับห้างพาต้า ปิ่นเกล้า โดยทางเข้าอยู่ด้านถนนจรัญฯ ปัจจุบันกำลังเริ่มงานเฟสแรกมีประมาณ 60 เตียง กำหนดเปิดดำเนินการในช่วงปลายปี 2568 และกำลังวางแผนเปิดเฟส 2 กับเฟส 3 ซึ่งหากเป็นไปตามแผนก็จะรองรับผู้ป่วยได้ราว 400-500 เตียง นอกจากนี้ ยังมีที่ดินผืนใหญ่ในโซนนราธิวาส จึงวางแผนว่าจะพัฒนาโครงการให้มีทั้งโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลเฉพาะทาง เช่น โรงพยาบาลโรคหัวใจ โรงพยาบาลระบบประสาท โรงพยาบาลผู้สูงอายุ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีแผนการเปิดโรงพยาบาลในโซนสุขุมวิท โดยวิมุตมุ่งเจาะพื้นที่วงในของกรุงเทพฯ ทั้ง 5 จุดยุทธศาสตร์นี้ โดยภายในระยะ 5 ปี บริษัทฯ ยังมีโครงการพัฒนา Wellness and Nursing Home ประมาณ 12-15 แห่งในกรุงเทพฯ ชั้นกลาง หรือโซน Middle Ring ส่วนโซนกรุงเทพฯ – ปริมณฑลวงนอกก็จะมีคลินิกบ้านหมอวิมุตที่รังสิต ซึ่งกำลังทบทวนว่าจะขยายการดำเนินงานไปในทิศทางใด
นพ.สมศักดิ์ กล่าวถึงการร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐบาลว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลรามาธิบดีเริ่มมีการส่งเคสมาผ่าตัด เพราะผู้ป่วยบางเคสต้องรอห้องผ่าตัดนานยาวถึง 2-3 เดือน ซึ่งคนไข้ไม่อยากรอ มีการเสนอแพ็กเกจในราคาสูสีกับโรงพยาบาลรามาฯ โดยใช้ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลรามาฯ มาผ่าให้ และใช้ทีมของเราดูแลช่วงที่นอนพักฟื้นในโรงพยาบาล 3-5 คืน และยังมีแนวคิดจะขยายความร่วมมือจากการผ่าตัดไปสู่อายุรกรรม โดยจะเสนอให้ย้ายมานอนที่โรงพยาบาลวิมุต แก้ปัญหาโรงพยาบาลรัฐมีห้องไม่เพียงพอ
นพ.สมศักดิ์ กล่าวถึงรายได้ว่า ในปี 2565 เครือวิมุตมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 3-400 ล้านบาทจากปีก่อน มีรายรับรวมประมาณ 1,000 -1,200 ล้านบาท โดยมีลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3 เท่า ส่วนมากจะเป็นลูกค้าจะกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) รวมถึงจีน คาดว่าในปีนี้ จะมีลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกเช่นกันจากการที่ประเทศต่าง ๆ เปิดเสรีการเดินทางกันหมดแล้ว ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เกินกว่า 2,000 ล้านบาท และภายใน 5 ปี อัตราการเติบโตจะดับเบิ้ลไปเรื่อยๆ

