สำรวจ”อสังหาภาคเหนือ”เหลือขาย 6 หมื่นล้าน “เชียงใหม่”มากสุดหมื่นล้าน รอความหวังจาก”จีน”
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พิษณุโลก และนครสวรรค์ในครึ่งหลังปี 2565 พบว่ามีหน่วยพร้อมขาย 16,724 หน่วย มูลค่า 66,298 ล้านบาท เป็นอาคารชุด 1,818 หน่วย มูลค่า 4,966 ล้านบาท บ้านจัดสรร 14,906 หน่วย มูลค่า 61,332 ล้านบาท มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 867 หน่วย มูลค่า 4,148 ล้านบาท มีหน่วยขายได้ใหม่ 1,742 หน่วย มูลค่า 6,263 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขาย 14,982 หน่วย มูลค่า 60,035 ล้านบาท
“ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างขายในภาคเหนือ ในช่วงครึ่งหลังปี 2565 มีลงทุนโครงการใหม่เป็นบ้านจัดสรรเฉพาะเชียงใหม่และนครสรรค์ เช่นเดียวกับอาคารชุดมีเฉพาะเชียงใหม่ ขณะที่เชียงราย ลำพูน พิษณุโลก เป็นการขายโครงการเก่าในทุกประเภทที่อยู่อาศัย โดยลำพูนมีอัตราดูดซับบ้านจัดสรรสูงสุด ส่วนเชียงใหม่เป็นอาคารชุด แต่ยังถือว่าต่ำกว่าก่อนหน้านี้”
เปิด 5 ทำเลยังเหลือขาย-ขายดีมากสุด
นายวิชัยกล่าวว่า โดย 5 ทำเล ที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ ทำเลสนามบิน-แม่ฟ้าหลวง 1,429 หน่วย มูลค่า 5,024 ล้านบาท ทำเลสันทราย 1,345 หน่วย มูลค่า 4,191 ล้านบาท ทำเลสารภี 1,321 หน่วย มูลค่า 4,802 ล้านบาท ทำเลในเมืองเชียงราย 1,163 หน่วย มูลค่า 5,346 ล้านบาท และทำเลแม่โจ้ 1,143 หน่วย โดยระดับราคาที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุดคือ 3.01-5 ล้านบาท มีถึง 5,592 หน่วย มูลค่า 3,947 ล้านบาท
นายวิชัยกล่าวว่า ด้านยอดขายพบว่ามีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 1,742 หน่วย มูลค่า 6,263 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 1,418 หน่วย มูลค่า 5,432 ล้านบาท และอาคารชุด 324 หน่วย มูลค่า 831 ล้านบาท โดย 5 ทำเลที่มีหน่วยขายได้สูงสุด คือ สันทราย 170 หน่วย มูลค่า 595.2 ล้านบาท ดรีมแลนด์ 163 หน่วย มูลค่า 745.8 ล้านบาท แม่โจ้ 139 หน่วย มูลค่า 405.4 ล้านบาท หางดงตอนบน 129 หน่วย มูลค่า 326.5 ล้านบาท และม.พายัพ 127 หน่วย มูลค่า 498.8 ล้านบาท
รอเวลาฟื้นตัวจากนักท่องเที่ยวจีน
นายวิชัยกล่าวว่า เมื่อดูภาพรวมในปี 2565 แยกรายจังหวัดในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่มีที่อยู่อาศัยเสนอขาย 10,047 หน่วย มูลค่า 41,752 ล้านบาท ลดลง-4.4 % และ -1.6 % แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 8,529 หน่วย มูลค่า 37,223 ล้านบาท อาคารชุด 1,518 หน่วย มูลค่า 4,529 ล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังปี 2565 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาด 336 หน่วย ลดลง-61.7% มูลค่า 1,320 ล้านบาท ลดลง63.6% ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่1,086 หน่วย ลดลง-37.9 % มูลค่า 4,011 ล้านบาท ลดลง-41.4 % และหน่วยเหลือขาย 2,784 หน่วย เพิ่มขึ้น 16.7% มูลค่า 10,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6%
ส่วนจังหวัดเชียงรายมีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 2,858 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.9% มูลค่า 11,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น5.9 % ไม่มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาด ส่วนหน่วยขายได้ใหม่มีเพียง 74 หน่วย ลดลง -78.2 % มูลค่า 331 ล้านบาท ลดลง-75.2 % และมีหน่วยเหลือขาย 2,413 หน่วย มูลค่า 9,762 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 1.2% มูลค่าเพิ่มขึ้น 5.3 %
ด้านจังหวัดพิษณุโลก มีจำนวนที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งสิ้น 2,572 หน่วย ลดลง-18.2 % มูลค่า 8,434 ล้านบาท ลดลง-14.2% ไม่มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ โดยมีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 238 หน่วย ลดลง-38.8% มูลค่า 729 ล้านบาท ลดลง-45% และหน่วยเหลือขาย 2,334 หน่วย ลดลง-15.3% มูลค่า 7,706 ล้านบาท ลดลง -11.9%
ขณะที่จังหวัดนครสวรรค์มีที่อยู่อาศัยเสนอขาย 1,020 หน่วย เพิ่มขึ้น 22.7% มูลค่า 4,395 ล้านบาท ลดลง-14.2% มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ 531 หน่วย เพิ่มขึ้น123.1% มูลค่า 2,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 325.8 % มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 278 หน่วย เพิ่มขึ้น129.8% มูลค่า 1,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.7% และหน่วยเหลือขาย 742 หน่วย เพิ่มขึ้น4.5% มูลค่า 3,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73%
นายวิชัยกล่าวว่า โดยสรุปทั้ง 5 จังหวัดภาคเหนือ การลงทุนยังคงเป็นนักลงทุนท้องถิ่น มีทุนรายใหญ่จากส่วนกลางเข้าไปลงทุนไม่ถึง 10% และตลาดหลักคงเป็นแนวราบโดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ระดับราคา 2-3 ล้านบาทและราคา 3-5 ล้านบาท คอนโดมิเนียมมีไม่ถึง 10% อีกทั้งยังคงเป็นตลาดมีความต้องการรอเวลาฟื้นตัวอีกสักระยะหนึ่ง แต่ที่ผ่านมามีการปรับตัวของตลาดค่อนข้างดี มีเปิดใหม่ไม่มาก ทำให้ตลาดดูไม่หวือหวา ยังไปได้เรื่อยๆ หวังว่าเมื่อจีนเปิดประเทศและมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ตลาดอสังหาฯและเวลเนสในภาคเหนือจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คนจีนให้ความสนใจรวมถึงต่างชาติอื่นๆด้วย จะทำให้ปี 2566 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากภาคการท่องเที่ยวและบริการที่ฟื้นตัวมากขึ้น

