‘ไจก้า’ หนุนไทย ลดวิกฤตฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ตอกย้ำความร่วมมือและการพัฒนา
นายคาซึยะ ซูซุกิ หัวหน้าผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ JICA หรือไจก้า เปิดเผยว่า ไจก้าถือเป็นหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ดำเนินโครงการความร่วมมือตลอดจนความช่วยเหลือด้านการพัฒนาประเทศแก่ประเทศกำลังพัฒนา ทั้งในด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม รวมถึงส่งเสริมการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในประเทศไทย โดยไจก้าได้จัดตั้งสำนักงานประจำประเทศไทยตั้งแต่ปี 2517 มีการดำเนินโครงการช่วยเหลือทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.ความร่วมมือทางวิชาการ (Technical Cooperation) 2.ความร่วมมือแบบเงินกู้เพื่อการพัฒนา (Loan) 3.ความร่วมมือแบบให้เปล่า (Grant) และ 4.ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชน (Public-Private Partnership) ซึ่งเป็นความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี ไปจนถึงระดับภูมิภาค
นายคาซึยะ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2517 จนถึงปัจจุบัน ไจก้าให้การช่วยเหลือด้านเงินกู้เพื่อพัฒนาแก่ประเทศไทย คิดเป็นกว่า 245 โครงการ อย่างโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สะพานภูมิพล รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง รวมถึงโครงการล่าสุดได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกทม. เป็นตัวแทนการร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งได้จัดทำแผนแม่บทเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ที่กำลังเป็นวิกฤตของประเทศไทยในขณะนี้ ได้แก่ แผนแม่บทกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2556-2566 เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2552 เพื่อการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกรุงเทพมหานคร
“ยังมีการนำอาสาสมัครและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ของญี่ปุ่น เข้ามาช่วยในด้านโครงการพัฒนาชุมชนด้วย ทั้งการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน เพื่อดึงดูดชาวญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านการลงมือทำ และเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อกระจายรายได้ในภาคการท่องเที่ยวลงสู่ชุมชนมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้คนไทยที่สนใจได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครในญี่ปุ่น เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ประเพณีของทั้ง 2 ประเทศร่วมกันด้วย” นายคาซึยะ กล่าว
นายคาซึยะ กล่าวว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ไจก้ายังคงย้ำจุดยืนความเป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาของทั้ง 2 ประเทศ มุ่งเน้นโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการแลกเปลี่ยน และการถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ โดยนำเสนอผ่าน 2 โครงการใหญ่ ซึ่งไจก้า และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศไทย เห็นตรงกันว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการแลกเปลี่ยน และการถ่ายทอดประสบการณ์องค์ความรู้ในระดับฐานราก เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งทางองค์การเองพร้อมให้การสนับสนุนโครงการความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการ Friends From Thailand (FFT) หรือโครงการอาสาสมัครเพื่อนไทย เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศ ส่งอาสาสมัครเพื่อนไทยไปยังประเทศผู้รับ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทย และให้อาสาสมัครเพื่อนไทยได้มีความเข้าใจในท้องถิ่นที่ได้เดินทางไปมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้ส่งอาสาสมัครเพื่อนไทยไปปฏิบัติงาน ณ เมืองคุชิโระ จังหวัดฮอกไกโด และเมืองคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน 2565


2.โครงการ อาสาสมัคร JICA Japan Overseas Cooperation Volunteers (JOCV) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในสาขาต่างๆ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเริ่มมีการส่งอาสาสมัครครั้งแรกมายังประเทศไทยเมื่อปี 2524 ปัจจุบันมีอาสาสมัครถูกส่งมามากกว่า 1,000 คนแล้ว


