เวนคืน 471 ไร่ บ้าน 134 หลัง ตัดทางด่วนสายใหม่ ‘จตุโชติ-ลำลูกกา’ ตอกเข็มปี’67
หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประทับตราไฟเขียวเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ให้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าก่อสร้าง โครงการทางด่วนฉลองรัชส่วนต่อขยายช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา ระยะทาง 16.21 กิโลเมตร ด้วยวงเงินลงทุน 24,060.4 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 20,333.23 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 3,726.81 ล้านบาท
โดยแหล่งเงินทุนในส่วนการก่อสร้างจะระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ที่มีอยู่แล้ว 14,374 ล้านบาท และออกพันธบัตรเพิ่มเติม 5,960 ล้านบาท ส่วนค่าเวนคืนที่ดินจะขอจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล

ความคืบหน้าล่าสุด สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้เปิดไทม์ไลน์อีก 2 เดือนนี้จะเปิดขายซองประมูล จากนั้นจะเร่งจัดทำ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินเพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม.ภายในปี 2566 และเดินหน้าเวนคืนที่ดิน โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน จำนวน 471 ไร่ 99 ตารางวา อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 134 หลัง ตั้งเป้าจะเริ่มงานก่อสร้างในเดือนกันยายน 2567 และแล้วเสร็จภายในปี2570
“เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงที่มีปริมาณสูงขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดบนถนนรังสิต-นครนายก และถนนโดยรอบ อีกทั้งเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับชาวปทุมธานีและใกล้เคียงเดินทางเข้ากรุงเทพฯชั้นในสะดวก รองรับการขยายตัวของแหล่งชุมชนและที่อยู่อาศัย” นายสุรเชษฐ์กล่าว
สำหรับแนวเส้นทางเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ไป 3 ช่องจราจร และกลับ 3 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 16.21 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการจะเชื่อมต่อกับทางด่วนสายฉลองรัชที่ด่านจตุโชติบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก หรือถนนกาญจนาภิเษก จากนั้นมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตัดผ่านถนนหทัยราษฎร์และถนนนิมิตใหม่ แล้วเลี้ยวขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเชื่อมต่อถนนลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ในอนาคต กทพ.มีแผนจะสร้างไปถึงจังหวัดสระบุรี

ตลอดเส้นทางมีทางแยกต่างระดับ 1 แห่ง และทางขึ้น-ลง 3 แห่ง ได้แก่ ทางแยกต่างระดับจตุโชติ, ทางขึ้น-ลงจตุโชติ 1 และหทัยราษฎร์ 1, ทางขึ้น-ลง หทัยราษฎร์ 2 และทางขึ้น-ลง ถนนลำลูกกา มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 3 ด่านคือ ด่านจตุโชติ ด่านหทัยราษฎร์ และด่านลำลูกกา รวมถึงจะมีการจัดเก็บค่าผ่านทางด้วยระบบผ่านทางแบบอัตโนมัติ หรือ Free Flow ด้วย
โดยอัตราค่าผ่านทาง ในปีที่ 1 รถ 4 ล้อ มีอัตราค่าแรกเข้า 20 บาท +1.25 บาทต่อกิโลเมตร รถ 6-10 ล้อ มีอัตราค่าแรกเข้า 40 บาท +2.50 บาทต่อกิโลเมตร และรถมากกว่า 10 ล้อ มีอัตราค่าแรกเข้า 60 บาท +3.75 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งมีกำหนดปรับอัตราค่าผ่านทางทุกๆ 5 ปี มีปริมาณจราจร ปีที่ 1 อยู่ที่ 36,625 คันต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 161,004 คันต่อวัน ในปีที่ 32 และรายได้ ปีที่ 1 อยู่ที่ 1.4 ล้านบาทต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 13.9 ล้านบาทต่อวันในปีที่ 32

