‘WAVE-ONE ASIA’ ดันเทศกาลดนตรีสู่ Net Zero นำร่อง “สยามสงกรานต์ มิวสิคเฟสติวัล 2023”

17.03.23 | 15:08 น.

‘WAVE-ONE ASIA’ ดันเทศกาลดนตรีสู่ Net Zero นำร่อง “สยามสงกรานต์ มิวสิคเฟสติวัล 2023” คาดมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คนต่อวัน โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมงาน40%

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายเจมส์ แอนดริว มอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE เปิดเผยว่า บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ WAVE ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ผู้ก่อตั้ง บริษัท เน็ทซีโร คาร์บอน จำกัด (Net Zero Carbon (Thailand)) และนายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้ง บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ จำกัด (ONE ASIA) นายพชร วุฑฒิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัทวัน เอเชีย เวนเจอร์ จำกัด เพื่อผลักดันการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกต่างๆสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งช่วยขับเคลื่อนในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มที่งาน Siam Songkran Music Festival ระหว่างวันที่ 12-14 และ 16 เม.ย.นี้

“ความร่วมมือในครั้งนี้ Wave BCG มีความมุ่งมั่นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน จึงได้ร่วมลงนาม MOU เพื่อช่วยให้คำแนะนำให้กับ ONE ASIA สำหรับการจัดงานต่างๆ ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงการจัดหาคาร์บอนเครดิตสำหรับการ Offset ร่วมกับ Net Zero Carbon (Thailand) เพื่อให้ผู้จัดงานบรรลุเป้าหมายของการเป็น Carbon Neutral Event เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนในการลดก๊าซเรือนกระจก”

นายเจมส์กล่าวว่า ปัจจุบันในต่างประเทศมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานต่างๆ ให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอนมากขึ้น ทั้งผู้จัดงานเทศกาลดนตรี งานคอนเสิร์ต เริ่มมีมาตรการให้ผู้เข้าร่วมงานปฏิบัติตาม รวมไปถึงศิลปินบางวงเลือกจะทำการแสดงในงานจัดในรูปแบบของ Carbon Neutral เท่านั้น โดย Siam Songkran Music Festival ที่ดำเนินการโดย ONE ASIA ระหว่างวันที่ 12-14 และ 16 เมษายน 2566 จะเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกในรูปแบบงานสงกรานต์แรก ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) โดย Siam Songkran Music Festival มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คนต่อวัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมถึง 40% ในงาน ซึ่งการเป็นงานที่เป็นกลางทางคาร์บอนจะสร้างมาตรฐานการจัดเทศกาลดนตรีต่างๆ ทั่วโลกให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมี Wave BCG ให้การสนับสนุนการคำนวณ การประเมินการปล่อยคาร์บอน รวมทั้งจัดหาคาร์บอนเครดิต ร่วมกับ Net Zero Carbon (Thailand)

การจัดประชุม (Meeting) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) การประชุมนานาชาติ (Convention) การจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (Exhibition) หรือที่รู้จักกันในนามของอุตสาหกรรมไมซ์ MICE (Meeting, Incentive, Convention, และ Exhibition) เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และภาวะโลกร้อน จากทั้งกิจกรรม การเดินทาง และของเสียภายในจัดงาน โดยเฉลี่ยในการจัดงานประชุม 3 วันมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ย 0.5 ตัน ถึง 1.5 ตันคาร์บอนต่อคน สำหรับเทศกาลดนตรีมีการปล่อยของเสียถึงประมาณ 2,000 ตันต่อสัปดาห์ ดังนั้นจึงมีการรณรงค์ให้มีการจัดงานรูปแบบที่เป็น Carbon Neutral เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Advertisement

นายเจมส์ กล่าวว่า หนทางหนึ่งที่ทำให้การจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ สามารถเดินสู่เป้าหมายความเป็นการทางคาร์บอนก็คือ การนำคาร์บอนเครดิตมาชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกการจัดงาน หรือที่เรียกว่า การทำกิจกรรมชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting) เพื่อทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากงานนับได้เท่ากับศูนย์ ซึ่งทาง Wave BCG พร้อมสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรม MICE ที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น ด้วยการช่วยให้คำแนะนำและให้บริการอย่างครบวงจรสำหรับการงานในรูปแบบ Carbon Neutral Event เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนในการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางคาร์บอนของประเทศไทยที่ตั้งเป้าในปี 2050 และเป็น Net Zero ในปี 2065