รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ถกนัดแรก 20-22 มี.ค. มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจภูมิภาค พร้อมเร่งยุทธศาสตร์เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม ณ เมืองมาเกอลัง ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อหารือประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจที่อาเซียนจะผลักดันในปีนี้ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาค เศรษฐกิจดิจิทัล และความยั่งยืน รวมถึงแนวทางการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอาเซียน ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรก ในวาระการเป็นประธานอาเซียนของอินโดนีเซีย
นางอรมนกล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมาย นายวันชัย วราวิทย์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ อินโดนีเซียเตรียมเสนอประเด็นยุทธศาสตร์ในส่วนของเสาเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “ความสำคัญของอาเซียน : ศูนย์กลางการเจริญเติบโต” (ASEAN Matters : Epicentrum of Growth) ซึ่งจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียน ทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 การอำนวยความสะดวกทางการค้า การเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการมุ่งสู่การค้ายุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยที่ประชุมจะร่วมกันพิจารณาและเห็นชอบการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน
นางอรมนกล่าวอีกว่า ที่ประชุมจะติดตามผลการดำเนินงานของอาเซียนในเรื่องสำคัญต่างๆ อาทิ การเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ การจัดตั้งหน่วยสนับสนุนและการดำเนินการตามความตกลง RCEP การจัดทำกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน และการพัฒนายุทธศาสตร์อาเซียนเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกำหนดจะหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน เพื่อพิจารณาโครงการที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ และแนวทางการดำเนินการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนของอาเซียน
สำหรับปี 2565 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่า 124,890 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 12.7% จากปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 71,890.19 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6 % จากปีก่อนหน้า และไทยนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 52,999.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.9% จากปีก่อนหน้า สำหรับตลาดส่งออกและนำเข้าสำคัญ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

