เอาแน่! ชัชชาติ ชงรัฐบาลใหม่ รีดภาษีที่ดินเกษตรกรรมจำแลง ดัดหลัง ’เศรษฐี’ แสร้งปลูกกล้วย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า กทม.จะเดินหน้าผลักดันการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากที่กฎหมายกำหนด สำหรับที่ดินในพื้นที่สีแดง(พาณิชยกรรม)ที่ปัจจุบันมีเจ้าของที่ดินได้นำมาใช้ประโยชน์เป็นเกษตรกรรม เพื่อบรรเทาภาระด้านภาษี โดยกทม.จะหารือกับรัฐบาลใหม่ให้พิจารณาผลักดันเรื่องนี้ต่อ หลังจากที่กระทรวงการคลังมองว่าไม่สามารถดำเนินการได้
“สิ่งที่เราอยากทำคือ ถ้าที่ดินเป็นเกษตรกรรมในผังเมืองสีแดง ขอให้เก็บแพงได้หรือไม่ เพราะดูแล้วเป็นเกษตรกรรมจำแลง แต่กระทรวงการคลังไม่ให้ จะหารือกับรัฐบาลใหม่ให้ช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพราะถ้าทำได้จะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้กทม.มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากทม.เสียรายได้จากตรงนี้ไปประมาณ 800 ล้านบาท”นายชัชชาติกล่าว
แหล่งข่าวจากกทม.กล่าวว่า กทม.ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อวินิจฉัยกรณีที่กทม.ขอออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่กำหนดในปัจจุบัน โดยจะจัดเก็บภาษีตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือโซนของกฎหมายผังเมือง
ได้แก่ สีแดงพาณิชยกรรม สีน้ำตาลที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูง และสีม่วงคลังสินค้า เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน จะดำเนินการได้หรือไม่ หลังคณะกรรมการวินัจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีปลัดกระทรวงการคลัง พิจารณาว่ากทม.สามารถกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นได้ แต่จะกำหนดอัตราภาษีแยกตามเงื่อนไขแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ ขณะนี้รอทางกฤษฎีกาพิจารณา หากกฤษฎีกาวินิจฉัยว่ากทม.ทำได้ จะยกร่างอัตราโดยอาจจะปรับตามขั้นบันได และเสนอให้กทม.อนุมัติต่อไป
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในปี 2565ต่อเนื่องถึงปี 2566 ยังคงมีเจ้าของที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจำนวนมาก เนื่องจากหากเจ้าของที่ดินปล่อยร้างไม่ทำประโยชน์ใน 3 ปี ต้องเสียภาษีอัตราเพิ่มอีก 0.3% จาก 0.3% เป็น 0.6% ทำให้เจ้าของที่ดินนำออกมาทำเกษตรกรรมกันมาก
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับการจัดเก็บรายได้จากภาษีที่ดินในปี 2565 กทม.จัดได้ประมาณ 13,000 ล้านบาท ส่วนปี 2566 ผลจากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติลดอัตราภาษี 15% ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย จะส่งผลกระทบรายได้ภาษีที่ดินของกทม.หายไป ประมาณ 2,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 11,500 ล้านบาท ซึ่งกทม.ต้องทำการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ เพื่อขยายฐานภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้

