หน้าแรก เศรษฐกิจ บลจ.บัวหลวงแน...

บลจ.บัวหลวงแนะ ดูนโยบายกองทุนก่อนซื้อ LTF อย่าพิจารณาแต่ผลตอบแทน

8.12.16 | 15:53 น.
วศิน วัฒนวรกิจกุล

นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ภายหลังจากมีการแก้ไขประกาศเพื่อขยายสิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ไปจนถึงปี 2562 โดยให้ถือครองอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน และเปิดโอกาสให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหลายแห่งออกเสนอขายกองทุนแอลทีเอฟใหม่ เป็นทางเลือกให้นักลงทุนโดยพบว่าปัจจุบันในอุตสาหกรรมกองทุนมีกองทุนแอลทีเอฟทั้งสิ้น 70 กองทุน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในแอลทีเอฟแต่ละกองจะมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนและสไตล์การลงทุนของแต่ละบริษัทจัดการ และมีทั้งแบบที่มีนโยบายการจ่ายปันผลและไม่มีการจ่ายปันผล ดังนั้น การเลือกกองทุนแอลทีเอฟผู้ลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูล ดูนโยบาย และทำความเข้าใจกับสไตล์การบริหารจัดการกองทุนนั้นๆ เลือกกองทุนที่ตนเองเข้าใจ และพอใจ โดยไม่ใช้ผลการดำเนินงานในอดีตมาตัดสินใจเพียงอย่างเดียว

สำหรับกองทุนบัวหลวง มีกองทุนแอลทีเอฟทั้งสิ้น 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว (BLTF) ที่เน้นการลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี มีความสามารถทำกำไรชัดเจน และสามารถลงทุนได้ในระยะยาว รวมทั้งจับจังหวะเข้าซื้อขายที่ดี กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25 (BLTF75) ที่มีนโยบายการลงทุนเหมือน BLTF แต่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสูงสุดไว้ที่เฉลี่ยไม่เกิน 75% ในรอบปีบัญชี ทำให้มีความเสี่ยงและโอกาสรับผลตอบแทนโดยรวมต่ำกว่า BLTF และกองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัยสี่หุ้นระยะยาวปันผล (BBASICDLTF) เน้นลงทุนในกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค เกาะเทรนด์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการมีชีวิตที่ดี “กินดี อยู่ดี ดูดี สุขภาพดี” และสามารถเลือกลงทุนต่างประเทศในหุ้นกลุ่มนี้ได้ไม่เกิน 25% และเป็นกองทุนที่มีนโยบายการจ่ายปันผล