‘ออริจิ้น’ ทุ่มหมื่นล้านซื้อที่ดิน เหมา ‘ภูเก็ต’ 5 ทำเล 200 ไร่ ราคาพุ่งไร่ละ 40 ล้าน
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ในปี 2566 บริษัทจะขับเคลื่อนแผนธุรกิจภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” สร้างการเติบโตและการดูแลผู้บริโภคแบบไม่สิ้นสุด ด้วยการขยายโครงการในเครือรวม 60 โครงการ มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท
โดยเปิดโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย 42 โครงการ มูลค่ารวม 50,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด ในจังหวัดใหม่ที่ไม่เคยไป ได้แก่ เชียงใหม่ หัวหิน ภูเก็ต ขอนแก่น นครราชสีมา (เขาใหญ่) ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง อยุธยา กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี
แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 22 โครงการ มูลค่า 27,500 ล้านบาท บ้านจัดสรร 20 โครงการ มูลค่า 22,500 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะเริ่มพัฒนา โรงแรม สำนักงาน ศูนย์การค้าใหม่ มูลค่า 25,500 ล้านบาท โลจิสติกส์และคลังสินค้า 4,500 ล้านบาท รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯ เช่น เฮลท์แคร์ โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 45,000 ล้านบาท และเป้ารายได้ 19,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้จากยอดรอรับรู้รายได้ 40,000 ล้านบาท
นายพีระพงศ์กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งงบซื้อที่ดิน 10,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการใหม่ใน 2567 กระจายในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล เขตพัฒนาภาคตะวันออก (อีอีซี) และเมืองท่องเที่ยว ซึ่งในต่างจังหวัดบริษัทจะลงทุนเป็นโครงการมิกซ์ยูสภายใต้คอนเซ็ปต์สมาร์ทซิตี้ ต่อยอดความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการออริจิ้น ดิสทริค แหลมฉบัง-ศรีราชา และออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง

โดยในนี้ใช้งบซื้อที่ดิน จ.ภูเก็ต มากที่สุด 2,000 ล้านบาท เป็นการทยอยซื้อกระจาย 5 โลเกชั่น มี บางเทา กมลา กะตะ กระทู้ ป่าตอง รวมเนื้อที่ 200 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร โรงแรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล จะใช้เวลาพัฒนา 3-4 ปี มูลค่าลงทุน 1,000 ล้านบาทต่อโครงการ ในปีนี้จะทยอยพัฒนา 3 โครงการ ซึ่งไตรมาส 2 จะเปิดขายคอนโดมิเนียมอยู่ใกล้เซ็นทรัลภูเก็ต ราคา 1 ล้านต้นๆ อีกทั้งจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสอีก 3 แห่งที่เขาใหญ่ เชียงใหม่ พัทยา บางกะปิตรงข้ามนิด้า และอ่อนนุชติดบีทีเอส
“ตอนนี้ราคาที่ดินภูเก็ตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะโซนแหล่งท่องเที่ยว ราคาเฉลี่ยไร่ละ 6-10 ล้านบาท ฝั่งชายหาดด้านตะวันออกอยู่ที่ไร่ละ 40 ล้านบาท หรือตารางวาละ 60,000-100,000 บาท ส่วนทะลฝั่งตะวันตกอยู่ที่ตารางวาละ 100,000-300,000 บาท หลังเปิดประเทศ ทำให้จังหวัดเป็นเมืองท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก โดยที่ภูเก็ตคนรัสเซียหนีหนาว หนีสงครามเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมาก ส่วนที่เชียงใหม่เป็นคนจีนทำให้ปีนี้เราตัดสินใจเข้าไปลงทุนใน 2 จังหวัดนี้” นายพีระพงศ์กล่าว
นายพีระพงศ์กล่าวว่า อีกไฮไลต์ในปีนี้ได้นำแบรนด์ “ดิ ออร์จิ้น” กลับมาขยายตลาดอีกครั้ง เป็นคอนโดมิเนียมกลุ่มไฟต์ติ้งแบรนด์ ราคาตั้งแต่ 9.9 แสนบาทถึง 1.5 ล้านบาท จะเปิดตัวรวม 7 โครงการ มูลค่า 6,070 ล้านบาท เน้นทำเลใกล้แหล่งงาน และปริมณฑล ได้แก่ บางแค บางพลี บางปะกง ขอนแก่น ภูเก็ต พัทยา และบางแสน ในส่วนของโรงแรมและรีเทล ปีนี้จะมีเปิด 5 โรงแรม และคอมมูนิตี้มอลล์อีก 2 แห่งที่แจ้งวัฒนะ และระยอง โดยมุ่งเมืองท่องเที่ยงอย่างจริงจัง แบ่งเป็น กทม. 35% EEC 25% ตจว. 45%

