เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งป็นผู้ชนะการประกวดราคาจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง(เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีประเด็นปัญหาไม่สามารถนำรถเมล์ล็อตแรก 100 คัน ออกจากท่าเรือแหลมฉบังได้
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทขอแสดงจุดยืน 7 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คือ 1.ในฐานะที่เป็นผู้จัดหารถเมล์ให้กับ ขสมก. บริษัทมีหน้าที่ในการนำเอกสารที่ผู้ส่งออกจัดเตรียมมานำส่งให้กับกรมศุลกากรเพื่อประกอบการสำแดงสินค้า และผ่านพิธีการศุลกากรตามระเบียบปฏิบัติ โดยบริษัทไม่ได้เป็นผู้จัดทำเอกสารเอง โดยผู้ที่ออกเอกสารฟอร์ม ดี (Form D) หรือถิ่นกำเนิดสินค้า คือ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซีย โดยทางบริษัทเข้าใจดีในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมศุลกากร แต่ขอให้ระมัดระวังการให้ข่าวกับสื่อมวลชน เพราะการที่ระบุว่าบริษัทตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอาจจะเป็นคำพูดที่รุนแรงไป อาจะทำให้สังคมเข้าใจผิดและประณามบริษัทได้ แต่ก็เคารพในกติกากรมศุลกากร
2.บริษัทยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายทุกอย่าง และพร้อมอำนวยความสะดวกในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 3.บริษัทผูกพันธ์สัญญากับโรงงานผู้ผลิตที่ประเทศมาเลเซีย บริษัทซื้อของ ทำสัญญา จ่ายเงินให้ทางมาเลเซีย โดยบริษัทให้ความสำคัญเพียงว่าสินค้าที่ผลิตตรงตามสเปกที่ ขสมก.กำหนดหรือไม่ และสนใจเพียงว่าเอกสารที่มาเลเซียนำส่งมาจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศจริงหรือไม่ เพราะเป็นเอสการที่ใช้ในการยกเว้นสิทธิตามเขตการค้าเสรีอาเซียน โดยบริษัทไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเอกสารของทางเมเลเซียนั้น ขั้นตอนหรือวิธีการจัดทำเป็นอย่างไร 4.โรงงานผู้ผลิตยืนยันว่าฟอร์มดีที่ออกมาเป็นของจริง และทางบริษัทเองก็เคยใช้เอกสารแบบเดียวกัน เหมือนกัน นำของออกมาจากกรมศุลกากรก่อนหน้านี้แล้ว จึงมั่นใจในรายละเอียดเอกสาร ครั้งนี้จึงอาจจะเป็นความโชคร้ายจริงๆที่นำของออกมาได้ล่าช้า
5.เอกสารราชการมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตรถยนต์ของเออีซี ส่วนโรงงานที่บริษัทใช้ผลิตนั้นก่อนหน้านี้ทางสำนักมาตรฐานอุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรมของไทยก็เคยเดินทางไปตรวจสอบโรงงานมาแล้ว รวมทั้งการออกเอกสารให้สินค้าที่ผลิตในโรงงานสามารถนำมาจำหน่ายในไทยได้ บริษัทจึงมั่นใจ และนำผลิตภัณฑ์มาให้ ขสมก. 6.ผู้ที่รู้เรื่องนี้จริงๆ คือ หน่วยงานที่ออกฟอร์มดี คือ รัฐบาลมาเลเซีย บริษัทจึงเชื่อมั่นในความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐของมาเลเซีย ตอนนี้ทางบริษัทไม่สามารถดำเนินการอะไรมากไปกว่านี้ เพราะทางกรมศุลกากรของไทยได้สอบถามไปยังหน่วยงานภาครัฐของมาเลเซียแล้ว ทางบริษัทจึงรอข้อมูลจากทางมาเลเซียที่จะตอบกลับมาเท่านั้นว่าเอกสารดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ และ7.บริษัทขอให้เร่งรัดยุติปัญหาดังกล่าว เพราะประชาชนเองก็ไม่ได้ประโยชน์จากความล่าช้าที่เกิดขึ้น และขอให้ทางเจ้าหน้าที่พิจารณาอย่างเป็นธรรม สำหรับการดำเนินการทางพิธีการศุลกากรในครั้งนี้ด้วย

