หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘พิพัฒน์’ ควง...

‘พิพัฒน์’ ควง ‘อพท.’ อัดงบ 5,400 ล้านบาท หวังสร้างรายได้คืน 1 แสนล้านใน 10 ปี

20.03.23 | 18:22 น.

‘พิพัฒน์’ ควง ‘อพท.’ อัดงบ 5,400 ล้านบาท หวังสร้างรายได้คืน 1 แสนล้านใน 10 ปี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในไทยนั้น ที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดการผลักดัน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง แม้จะสามารถพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้ แต่ยังขาดการพัฒนา รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เหล่านั้น ซึ่งถือเป็นบทบาทหน้าที่ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่แสวงหาค้ากำไร โดยมีหน้าที่ในการอุดช่องว่าง ทำสิ่งที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับดำเนินการไม่ไหว คือ การสำรวจและค้นหาสถานที่ในประเทศไทย ที่มีความพิเศษ แต่ยังไม่ถูกค้นพบ เพื่อพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่อไป

“การจะทำให้สถานที่สักแห่งหนึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้คนทั่วโลกอยากเข้ามาดูนั้น จะต้องน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีศิลปะ วัฒนธรรมอันดีงาม สอดประสานกันทั้งหมด ซึ่งก็คงสุดปัญญาของททท. จะสามารถบรรดาลขึ้นมาได้ จึงเป็นสาเหตุของการมีอพท. จัดตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา โดยจะทำหน้าที่ทั้งการเข้าไปทำเอง และชักชวนให้ผู้อื่น อาทิ ส่วนราชการเข้ามาช่วยพัฒนา ชุบชีวิตให้มีความน่าตื่นเต้น และแสดงต่อสายตาคนทั่วโลกให้ได้เห็นต่อไป รวมถึงต้องมีความยั่งยืนในด้านการเดินทางท่องเที่ยวด้วย” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า ยกตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกพัฒนาโดยอพท. และประสบความสำเร็จสูงมาก คือ เกาะช้าง ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ที่มีขนาดใหญ่สุดของประเทศไทย สมัยหนึ่งเกาะช้างก็เป็นเพียงเกาะช้างเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญในด้านการท่องเที่ยว หรือการช่วยดึงดูดเม็ดเงินในด้านการท่องเที่ยวอย่างสำคัญ แต่เมื่ออพท.ถูกจัดตั้งขึ้น สถานที่แรกที่ถูกจัดตั้งให้เป็นพื้นที่พิเศษ และถูกเข้าไปปรับปรุงพัฒนา เกาะช้างก็ถูกชุบชีวิต จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่แพ้เกาะสมุย หรือภูเก็ต ทำให้อพท.วางแผนในการเดินหน้าประกาศพื้นที่พิเศษ เพื่อเข้าไปพัฒนาสถานนั้นให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ และยั่งยืนต่อไป

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.จัดกิจกรรม “มหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สู่การเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ซึ่งถือเป็นบิ๊ก โปรเจกต์ของกระทรวงท่องเที่ยวฯ เนื่องจาก อพท. จะเป็นหน่วยงานกลางบูรณาการงบประมาณ 5,400 ล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษฯ ระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2566-2570 มาดำเนิน 270 โครงการในพื้นที่ 142 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน 15 อำเภอของ 3 จังหวัด ที่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ โดยมั่นใจว่าภายใน 10 ปี จะมีมูลค่ากลับคืนมาไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รวม 142 แห่ง จะได้รับการพัฒนาและจะมีกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน อย่างน้อยท้องถิ่นละ 1 กิจกรรม หรือ 1 เส้นทาง ภายในระยะ 5 ปี ของแผนยุทธศาสตร์ฯ โดยแต่ละชุมชนจะต้องจัดทำแผนเสนอผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ขณะที่ อพท.จะทำหน้าที่เข้าไปประสานเพื่อให้ได้งบตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษฯ อีกทั้งต่อไปกระทรวงท่องเที่ยวจะมีเงินจากการจัดเก็บนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยเพื่อนำมาใส่ไว้ในกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯก็สามารถนำเงินตรงนี้มาช่วยในพื้นที่เพิ่มเติมได้อีก

Advertisement

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีธนาคารในสหรัฐอเมริกาปิดตัวลง และลามมายังธนาคารในภูมิภาคยุโรป จะกระทบกับการเดินทางท่องเที่ยวหรือไม่นั้น ยังต้องติดตามว่า เหตุการณ์นี้จะมีการบานปลายมากน้อยอย่างไร แต่กระทรวงได้เตรียมตลาดสำรองไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งภูมิภาคอาเซียน เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง

“ในปี 2566 ได้ ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ 25 ล้านคน แต่เมื่อจีนเปิดประเทศเร็วกว่าที่คาด เราจึงมีโอกาสลุ้นจำนวนที่ 30 ล้านคน แต่เมื่อเกิดปัญหาแบงก์ล้มในสหรัฐ และลามไปในยุโรป ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะไกล ที่มีการตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7-8 ล้านคน หากในกรณีที่ตลาดนี้หายไปครึ่งหนึ่ง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 ก็คงขยับกลับมาอยู่ที่ 25 ล้านคนตามเป้าเดิมที่วางไว้” นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน น.อ.อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษฯครอบคลุม 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.พัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเพื่อมุ่งสู่ชุมชนแห่งความสุข 2. สร้างเสริมและกระจายรายได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชน 3.สร้างต้นแบบของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่น 4. ประสานความร่วมมือทุกภาคีเพื่อเสริมสร้างศักยภาพกลไกและระบบบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่นำไปสู่ความยั่งยืนอย่างบูรณาการ 5.พื้นที่ได้รับการพัฒนาตามแนวทางของเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะร่วมขับเคลื่อนงานไปด้วยกัน มีทิศทางและเป้าหมายเดียวกันไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้เป็นไปตามแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษฯ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา