‘มิลล์คอน’ เดินหน้าเพิ่มมูลค่าขยะอุตฯ พร้อมหาพันธมิตรเพิ่มช่องทางโต

20.03.23 | 19:16 น.

“มิลล์คอน” เดินหน้าเพิ่มมูลค่าขยะอุตฯ พร้อมหาพันธมิตรเพิ่มช่องทางโต

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เปิดเผยว่า ภาพรวมกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของกลุ่มมิลล์คอน บริษัทยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่ม ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการยกระดับสู่ธุรกิจ ESG ที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล โดยปีนี้บริษัทให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจใหม่ มุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจรีไซเคิลและธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินธุรกิจโดยบริษัทลูก คือ บริษัทเวสท์เทค เอ็กโพเนนเชียล จำกัด (เดิมชื่อบริษัท ซันเทค รีไซเคิล แอนด์ ดีคาร์บอน จำกัด ปัจจุบันอยู่ระหว่างเปลี่ยนชื่อใหม่) การขยายฐานธุรกิจครั้งนี้ นับเป็นก้าวใหม่ในการยกระดับธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมไปอีกขั้น โดยส่งเสริมการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเหลือใช้ (Waste-to-Value)

ขณะที่กลุ่มมิลล์คอนฯ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กจากการรีไซเคิล 100% วัสดุมีค่าอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น พลาสติก ฟองน้ำ ยาง สามารถนำไปเป็น “ผลิตภัณฑ์ทดแทนเชื้อเพลิง” (Solid Recovered Fuel หรือ SRF) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงขยะคุณภาพสูง นำไปผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนได้
นายประวิทย์กล่าวต่อว่า จากการสร้างมูลค่าจากขยะอุตสาหกรรม (Waste-to-Value) ทำให้กลุ่มมิลล์คอนฯ มีแผนจะต่อยอดธุรกิจ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรมและขยะประเภทอื่นๆ สร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ (New S-Curve) ให้กับบริษัท จากแผนที่ศึกษาไว้ตั้งเป้าจะสามารถก่อตั้งโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะรวมได้ประมาณ 30 เมกะวัตต์

“กลุ่มบริษัทมิลล์คอนฯ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการดูแลสังคม เป้าหมายคือการต่อยอดธุรกิจจากอุตสาหกรรมเหล็กเดิม สู่ธุรกิจรีไซเคิลอย่างครบวงจร เน้นการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Zero waste) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะอุตสาหกรรม (Waste-to-Value) ทำให้กลุ่มบริษัทมองเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจสู่อุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” นายประวิทย์กล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมิลล์คอนฯ มีแผนที่จะส่งเสริมการสร้างคาร์บอนเครดิตให้กับกลุ่มบริษัท พัฒนาธุรกิจสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรจากอุตสากรรมเหล็กสีเขียว (Green Steel) สู่อุตสาหกรรมรักษ์โลก บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 89,250 ตัน/ปี เตรียมพร้อมสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี 2050 สำหรับธุรกิจเหล็กซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทนั้น ยังมีแผนที่จะปรับโครงสร้างของกลุ่มให้สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจ (Partner) ในการศึกษาและร่วมลงทุน รวมทั้งขยายธุรกิจด้านอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสการในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

Advertisement