ม.กรุงเทพ จับมือ Berkeley SkyDeck Fund จัดแข่งขัน BU X Berkley SkyDeck Fund Mini Hackathon 2023 Food Service Tech Startup ปั้นนักศึกษาสู่สตาร์ตอัพระดับยูนิคอร์น
รศ.ดร.ศุภเจตน์ จันทร์สาส์น ผู้ช่วยอธิการบดีสายวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ร่วมกับ Berkeley SkyDeck Fund (เบิร์กลีย์ สกายเดก ฟันด์) ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งโดย University of California, Berkeley โดยได้จัดแข่งขัน BU X Berkley SkyDeck Fund Mini Hackathon 2023 Food Service Tech Startup เนื่องจากจุดเด่นของประเทศไทยคือเรื่องอาหารและการบริการ หัวข้อแข่งขันนี้เป็นการนำธุรกิจทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงการขนส่งอาหารทั้งหมด รวมเข้ากับการนำเอาเทคโนโลยีมาใส่ในธุรกิจเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง สร้างรูปแบบสินค้า และบริการรูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภค

“การแข่งขันในรูปแบบแฮกกาธอน จะช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องการนำเสนอ และการเสนองานอย่างไรให้นักลงทุนสนใจเข้าร่วมลงทุน ซึ่งในครั้งนี้ ม.กรุงเทพ โชคดีที่คุณไบรอัน บอร์ดลีย์ (Brian Bordley) ผู้ร่วมก่อตั้ง เบิร์กลีย์ สกายเดก ฟันด์ เดินทางมาประเทศไทยและร่วมพูดคุยกับนักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่มีค่าของเขา” รศ.ดร.ศุภเจตน์ กล่าว
สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีคณะกรรมการที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจสตาร์ตอัพและประสบความสำเร็จในวงการมาเป็น Mentor และคณะกรรมการตัดสินรางวัล ให้กับนักศึกษา อาทิ กฤษฎา เฉลิมสุข ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท O Mentoring จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอบริษัท บัซซ์ ฟรีส โซลูชั่น จำกัด, ภาณุพงศ์ ธนารักษ์วุฒิกร ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท Attra จำกัด, อรรถพล ระตะนะอาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุรพลไฟน์เนสท์ จำกัด และ Stupid Fries, ไพลิน สันติชัยเวคิน Investment Manager off Disrupt Impact Func, 500 Tuk Tuk, จิตรภณ จิรกุลสมโชค Innovative Developer, Innovation for the Economy Development, National Innovation Agency, วรวุฒิ สายบัว ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ brandnista.com ซีอีโอบริษัท Beauty Nista จำกัด, กันภัทร รุ่งสวัสดิทรัพย์ ซีอีโอบริษัท CastleC-Castle of Cosmetic และ ไบรอัน บอร์ดลีย์ ร่วมเป็นกรรมการตัดสินด้วย
รศ.ดร.ศุภเจตน์ กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่มีความร่วมมือระหว่างคณะ เพราะที่ผ่านมาคณะต่างๆ ก็มีกิจกรรมการแข่งขันของตัวเอง ต่างคนต่างทำ ต่างแสดงความสามารถลงแข่งขันในด้านที่ตัวเองถนัด แต่พอมีกิจกรรมการแข่งที่จำเป็นต้องดึงนักศึกษาที่มีศักยภาพแตกต่างกัน มาทำงานร่วมกัน ผลการแข่งที่ออกมาเราก็ทำได้ดี เพราะในโลกของการทำธุรกิจ ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง ในทีมของเราที่ชนะเลิศ ประกอบด้วยเด็กที่เก่งจากคณะบริหารธุรกิจ และคณะไอที มาทำงานร่วมกันซึ่งต่างก็ใช้ความสามารถของตัวเอง ทำให้เกิดจุดแข็งในธุรกิจจนคว้าชัยชนะมาได้
ที่สำคัญที่สุดคือ การแข่งขันในครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี และจุดประกายให้เราพัฒนาระบบการเรียนการสอน เพื่อนำไปสู่การเป็นสตาร์ตอัพ ในอนาคตคงมีความร่วมมือกันอีกในหลายๆ ด้านกับทาง Berkley SkyDeck Fund ทั้งในระดับอาจารย์ผู้สอน ระดับนักศึกษา การจัดการแข่งขัน และความร่วมมือในด้านต่างๆ มากขึ้น เพื่อปูทางให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นมหาวิทยาลัยที่บ่มเพราะสร้างสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จระดับโลกต่อไปในอนาคต

มร.ไบรอัน บอร์ดลีย์ กล่าวว่า โดยปกติ เบิร์กลีย์ สกายเดก ฟันด์ จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ เพื่อให้ความรู้และแนวทางการเป็นสตาร์ตอัพ และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจสตาร์ตอัพ ซึ่งภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีสตาร์ตอัพเข้าร่วมมากกว่า 200 สตาร์ตอัพ จาก 30 กว่าประเทศทั่วโลก ระดมทุนในธุรกิจตั้งแต่ 2 แสนไปจนถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสิ่งที่สอนไม่ได้มีแค่การจะทำอย่างไรให้เป็นสตาร์ตอัพที่ดี แต่ยังมีแหล่งเงินทุน ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของสตาร์ตอัพประสบความสำเร็จได้
“ความร่วมมือระหว่าง เบิร์กลีย์ สกายเดก ฟันด์ กับทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพนั้น ผมมองว่าเป็นความร่วมมือที่ดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการคิดนอกกรอบ การคิดแบบสร้างสรรค์ มีคณะวิชาที่สอนด้านการเขียนโปรแกรม มีการเรียนเรื่อง AI มีคณะวิศวกรรมที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก รวมทั้งการสอนให้นักศึกษามีจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ เหมาะสมกับยุคดิจิทัล การจับมือทำงานร่วมกันในครั้งนี้สิ่งที่นักศึกษาจะได้ก็คือการเรียนรู้เรื่องการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ โดยแผนธุรกิจไม่ได้พูดคุยกับในระดับ 10 -100 ล้าน แต่จะสอนให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องการนำเสนอแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนระดับ 1,000 ล้านขึ้นไป ธุรกิจอะไรที่จะสร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันในตลาดโลก แบบพลิกโฉมหน้าเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง และจากการพูดคุยกับนักศึกษาที่เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ยอมรับว่านักศึกษาไทย มีไอเดียและแผนธุรกิจที่น่าสนใจเทียบเท่ากับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก” มร.ไบรอัน กล่าว
มร.ไบรอัน กล่าวอีกว่า การสร้างระบบนิเวศของสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จ องค์ประกอบอย่างแรกก็คือ ต้องมีผู้ประกอบการที่มีไฟในการทำงานมีพลังงานในการทำธุรกิจเยอะๆ มีความกล้าเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอายุน้อยเท่านั้น นักธุรกิจที่อยู่ในวัยกลางคน แต่ยังมีไฟในการเริ่มต้นธุรกิจก็สามารถทำได้เช่นกัน
องค์ประกอบที่ 2 ก็คือ Mentor หรือคนที่ให้คำแนะนำที่ คอยให้คำปรึกษาด้านต่างๆ ให้กับนักธุรกิจ ซึ่งตัวสตาร์ทอัพเองก็ต้องเป็นคนที่มีใจเปิดกว้างสามารถยอมรับความจริงและพร้อมปรับเปลี่ยนได้ ในขณะเดียวกันที่ปรึกษาก็ต้องเปิดรับไอเดียใหม่ๆ และวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้จากประสบการณ์ เพื่อให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง
และองค์ประกอบสุดท้ายคือศูนย์รวมนักลงทุนที่จะเข้ามามองหาไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจ และร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพรายนั้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทางเบิร์กลีย์ สกายเดก ฟันด์ ถึงทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพในการพัฒนา อบรมสตาร์ทอัพรายใหม่ให้ประสบความสำเร็จ ไปพร้อมๆ กับส่วนจัดหานักลงทุนหรือแหล่งลงทุนที่จะเข้ามาทำให้สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จต่อไป
“BU X Berkley SkyDeck Fund ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน”

