หน้าแรก เศรษฐกิจ อานิสงส์เลือก...

อานิสงส์เลือกตั้ง เงินสะพัด1.2แสนล้าน บูมเศรษฐกิจ คาดสงกรานต์ใช้จ่ายสะพัด

22.03.23 | 05:25 น.

อานิสงส์เลือกตั้ง เงินสะพัด1.2แสนล้านบูมเศรษฐกิจ คาดสงกรานต์ใช้จ่ายสะพัด อสังหาฯ ชงรัฐบาลใหม่4ข้อ ดึงต่างชาติช้อปบ้าน-คอนโด

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลสำรวจผลกระทบของภาคธุรกิจต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ช่วงยุบสภาก่อนการเลือกตั้ง พบว่าภาคธุรกิจกว่า 40% มองว่าเป็นผลบวกจากเงินหาเสียงและรณรงค์เลือกตั้งสะพัด มีผลต่อยอดขายและการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ดีขึ้น โดยทางศูนย์ประเมินว่าเงินใช้จ่ายช่วงเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิน 5-6 หมื่นล้านบาท เมื่อหมุนเวียนใช้จ่าย 1 รอบ จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 1-1.2 แสนล้านบาท มีผลต่อจีดีพีสูงอีก 0.5-0.7% ในปีนี้ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นทางด้านการเมืองในระดับนานาชาติ

นายธนวรรธน์กล่าวว่า กลุ่มสำรวจคาดว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลและเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ภายในปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วตั้งแต่ไตรมาส 4/2566 และจีดีพีทั้งปีนี้ขยายตัวได้ 3.35-3.82% โดยสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ 1.ดูแลต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่สูงเกินไป โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวในปัจจุบัน เช่น ไม่ปรับขึ้นค่าพลังงาน ต้นทุนอัตราดอกเบี้ย ค่าจ้างขั้นต่ำ
2.เร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีรัฐบาลรักษาการ และยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ 3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศและในประเทศให้เหมาะสม เพื่อเป็นปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4.ดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพและอ่อนค่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการส่งออกให้ขยายตัว และ 5.ดูแลสถานการณ์หนี้ครัวเรือนโดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกถดถอย โดยให้ธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้สะดวก

00หั่นภาษีที่ดินลดต้นทุนธุรกิจรัฐ
นายวิชัย รัตกพันธ์ ผู้ตรวจการและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลออก พ.ร.ฎ.ลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2566 ในอัตรา 15% ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่องว่า แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการชะลอผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาประเมินที่ดินสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8.93% เพื่อเตรียมความพร้อมเก็บภาษีเต็มพิกัดในปีต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้รัฐจะลดอัตราการจัดเก็บให้ 15% ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่น เพราะยังคงเก็บรายได้ใกล้เคียงเดิมและรัฐยังคงจะจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ทดแทนการลดภาษีที่ดิน 15% เป็นการแบ่งเบาภาระในการจ่ายภาษีที่ดินของประชาชน ช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ในส่วนของผู้ประกอบการก็สามารถเป็นการลดต้นทุนของธุรกิจลง จะช่วยให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น เสียภาษีการค้าได้มากขึ้น และเกิดการจ้างงานในระบบมากขึ้นและจะช่วยให้สามารถจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

00เล็งชงรบ.ใหม่กระตุ้นอสังหาฯ
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงว่า จะส่งผลดีทั้งผู้ประกอบการและลูกค้า ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่มีแลนด์แบงก์และสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ได้บ้างแต่คงไม่มากนัก และนำค่าใช้จ่ายที่ลดลงมาจัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งสมาคมเตรียมจะเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ผ่อนคลายมาตรการแอลทีวีอีก 1-2 ปี เพราะปัจจุบันตลาดเก็งกำไรที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังกังวล ไม่มีอยู่แล้ว 2.ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% 3.กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นอัตราเดียวกันเหมือนกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.ผ่อนปรนการให้วีซ่าระยะยาวของต่างชาติให้เท่ากับราคาคอนโดมิเนียม เช่น ซื้อ 3 ล้านบาท ได้วีซ่า 3 ปี ซื้อ 20 ล้านบาท ได้วีซ่า 20 ปี เป็นต้น และขยายระยะเวลาการเช่าที่ดินของต่างชาติจาก 30 ปี เป็น 50 ปี เพื่อจูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุนและซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้มากขึ้น

Advertisement