‘ยูพีเอส’ ปลื้มไทย-เอเชีย สร้างมูลค่าธุรกิจโต 2 เท่า อีก 7 ปี ทะลุ 5.5 แสนล้านดอลลาร์

22.03.23 | 17:38 น.

ยูพีเอส เปิดรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรม ชี้ไทย-เอเชีย ตลาดมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 2 เท่า ในอีก 7 ปี มูลค่ากว่า 5.54 แสนล้านดอลลาร์ เผย 4 ธุรกิจ ‘ธุรกิจค้าปลีก ภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ เทคโนโลยีขั้นสูง ธุรกิจด้านสุขภาพ’ ดันตลาดโตพุ่งพรวด

เว็บ UPS Intra-Asia Study ได้รายงานผลการวิเคราะห์อุตสาหกรรมของ UPS หัวข้อ Clearing the Runway for Intra-Asia Trade โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าการค้าในเอเชีย โดยไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 2 เท่า ภายในปี ค.ศ.2030 โดยหากไทยอาศัยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการพัฒนามาตรฐานการครองชีพ อาจส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยและ 11 ตลาดหลักอื่นๆ ในเอเชีย มีโอกาสเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 2.55 แสนล้านดอลลาร์ ในปี ค.ศ.2020 เป็น 5.54 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี ค.ศ.2030

รายงานยังระบุถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์สี่กลุ่มที่ผลักดันการค้าขายในตลาดไทยและเอเชียให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ (IM&A) เทคโนโลยีขั้นสูง และธุรกิจด้านสุขภาพ โดยรายได้จากผลิตภัณฑ์สี่กลุ่มข้างต้นคิดเป็นสัดส่วน 73% ของรายได้จากการค้าขายตลาดประเทศไทยในปี ค.ศ.2020

การค้าภาคอุตสาหกรรมการผลิตและยานยนต์ (IM&A) ของประเทศไทยในปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ถึง 37% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการค้าภายในเอเชียทั้งหมด และมีโอกาสเติบโตมากถึง 50% นอกจากนี้ เทคโนโลยีขั้นสูง ถือเป็นอีกภาคอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีแนวโน้มในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากการเกื้อหนุนระหว่างประเทศคู่ค้าหลักในภูมิภาค เช่น การพึ่งพากันของเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการค้าในภาคอุตสาหกรรมนี้ต่อไปในอนาคต

ธุรกิจในไทยสามารถวางแผนรับมือกับอุปสรรคและหาโอกาส ด้วยการบริหารจัดการซัพพลายเชนไปสู่เส้นทางการค้าที่ยืดหยุ่น เช่นเดียวกับมาเลเซีย และกำหนดเป้าหมายเส้นทางการค้าที่มีมูลค่าและการเติบโตสูง เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งการบริหารจัดการซัพพลายเชนถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นในกระแสการค้า

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อบริษัทต่างๆ ในประเทศไทย ให้เร่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำงานมากขึ้น เช่น การใช้โซลูชั่นใหม่ๆ ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและซัพพลายเชน การใช้เครื่องมือโลจิสติกส์เพื่อติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ และการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการศุลกากรและการขนส่ง

รัสเซล รี้ด กรรมการผู้จัดการ ยูพีเอส ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้ว่าในวันนี้ประเทศไทยจะมีบทบาททางการค้าภายในเอเชียที่ยังไม่มากนัก แต่เราคาดว่าประเทศไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วใน 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การจะไปถึงเป้าหมายนั้น จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากบริษัทต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในประเทศและทั่วทั้งซัพพลายเชนเพื่อสร้างซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่น อันถือเป็นส่วนสำคัญในการลดอุปสรรคทางการค้าและช่วยผลักดันการค้าขายภายในเอเชียให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งบทบาทของยูพีเอสนั้นคือการสนับสนุนและให้บริการโซลูชั่นที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจขนาดเล็กในด้านต่างๆ เช่น ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการค้าและการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และในขณะเดียวกันเราก็สนับสนุนการดำเนินการของภาครัฐและธุรกิจต่างๆ เพื่อช่วยลดอุปสรรคทางการค้าขายในปัจจุบัน