อสังหาฯ อ้อนรัฐบาลใหม่ หั่นภาษีที่ดิน ผ่อนLTV เพิ่มโควต้าต่างชาติซื้อบ้าน-คอนโด

อสังหาฯ อ้อนรัฐบาลใหม่ หั่นภาษีที่ดิน ผ่อนLTV เพิ่มโควต้าต่างชาติซื้อบ้าน คอนโดฯ

ก่อนหมดฤดูกาล “รัฐบาลประยุทธ์” บริหารประเทศ เพื่อนำไปสู่การกดปุ่มเลือกตั้งใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2566 ที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น

รัฐบาลประกาศลดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างชองปี 2566 ให้ 15% หรือเท่ากับต้องจ่าย 75% มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมเป็นต้นไป หลังจากเมื่อปี 2565 จ่ายในอัตรา 100%

จากนโยบายดังกล่าว มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาออกมา “คอลเอาต์” ให้รัฐบาลพิจารณาลดหย่อนให้90% เหมือนปี 2563-2564

Advertisement

โดยมุมมองแต่ละคนสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่ได้ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์อะไรมาก เพราะปีนี้ราคาประเมินที่ดินปรับสูงขึ้นถึง 8.9% แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลด” พร้อมกับมีข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

  • REICชี้หั่นภาษีที่ดินไม่กระทบรายได้รัฐ

“วิชัย รัตกพันธ์” ผู้ตรวจการและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) สะท้อนว่า การลดภาษีที่ดิน 15% จากปี 2565 จัดเก็บในอัตรา 100% แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการชะลอผลกระทบจากการขึ้นราคาประเมินที่สูงขึ้นเฉลี่ย 8.93% เพื่อเตรียมความพร้อมเรียกเก็บภาษีเต็มพิกัดในปีต่อไป อย่างไรก็ตามจากราคาประเมินที่สูงขึ้น แม้รัฐจะลดให้15% ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ เพราะยังคงเก็บรายได้ใกล้เคียงเดิมและรัฐยังคงมีรายได้ใช้จัดสรรเป็นงบประมาณให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ ได้

“ลดภาษีที่ดิน 15% เป็นแบ่งเบาภาระจ่ายภาษีของประชาชน เป็นตัวช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจก็สามารถเป็นการลดต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจลง ช่วยให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น เสียภาษีการค้าได้มากขึ้น และเกิดการจ้างงานในระบบและจะช่วยให้จัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย”วิชัยกล่าวพร้อมระบุว่า

Advertisement
  • ที่ดินกลางเมืองจ่ายเพิ่มเท่าตัว

แม้จะภาษีที่ดินลดลง 15% แต่ยังคงมีผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในบางพื้นที่ราคาประเมินปรับขึ้นมากกว่า 20% โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินในเเมืองที่มีราคาแพง เช่น ถนนวิทยุปรับขึ้น 100% จากราคาประเมิน 500,000 บาทต่อตารางวา (ตร.ว.) เป็น 1 ล้านบาทต่อ ตร.ว.

“การลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าพรรคไหนจะได้เป็นแกนนำ ขอนำนโยบายมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอสังหาฯ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน”วิชัยย้ำ

  • ชี้ลดภาระแต่ไม่กระตุ้นยอดขาย

ด้าน ”วสันต์ เคียงศิริ” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่าลดภาษีที่ดิน 15%ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ทุกอย่างยังคงเดิม เพราะเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2566 กรมธนารักษ์ได้ปรับราคาประเมินที่ดินใหม่อีกกว่า 8% จึงทำให้ภาระของผู้ประกอบการไม่ได้ลดลงตามไปด้วย ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคาประเมินของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในเมืองจะเสียภาษีที่แพงขึ้นตามราคาประเมิน

“จริงๆภาคอสังหาฯ ขอให้รัฐลดภาษีที่ดินเป็นขั้นบันได ปี 2566 ลด 50% ปี 2567 ลด 25% และเก็บตามอัตราปกติปี 2568 ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวเต็มที่แล้ว แต่รัฐลดให้ 15% คงต้องรอฟังนโยบายจากรัฐบาลใหม่ จะมีไอเดียใหม่อะไรเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยออกมาบ้าง เพราะเท่าที่ติดตามการหาเสียงยังไม่มีพรรคไหนที่พูดถึงนโยบายด้านที่อยูู่อาศัยเลย”วสันต์กล่าว

สอดคล้องกับ ”อธิป พีชานนท์” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ลดภาษีที่ดิน 15% ไม่ได้ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ให้เกิดกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่ทำให้ผู้ประกอบการลดภาระด้านภาษีไปได้บ้าง แต่ไม่มากเพราะเมื่อหักลบกับราคาประเมินที่ดินที่ปรับขึ้น เท่ากับลดไปแค่ 6% ซึ่งที่ผ่านมาได้ยื่นเสนอต่อรัฐบาลมาตลอดขอให้เก็บภาษีที่ดินเป็นขั้นบันได เช่น ปี 2566 ขอลด 75% ปี 2567 ลด50% เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้มีการปรับตัว เพราะเพิ่งจะฟื้นจากวิกฤตโควิด แต่รัฐลดให้เพียง 15%

“คงต้องรอดูนโยบายรัฐบาลใหม่สำหรับภาษีที่ดินจะเก็ฐในปี 2567จะลดหรือกลับมาเก็บ 100% หรือปรับอัตราเพิ่มขึ้น เพราะอัตราที่ประกาศใช้ในปัจจุบันจะใช้ได้ถึงปี 2566 เท่านั้น” อธิปกล่าว

ขณะที่ “อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ลดภาษีที่ดิน 15%ช่วยให้ผู้ประกอบการลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง แต่ไม่มีผลทำให้การซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรอพัฒนา(แลนด์แบงก์) คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐลดภาษีที่ดิน 15% ช่วยให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายได้ 2 ล้านบาท จากทั้งปีจะมีค่าใช้จ่ายทุกอย่างอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท ถึอว่าลดลงไม่มาก แต่ยังดีกว่าไม่ได้ลดเลย

  • ขอผ่อนเกณฑ์LTVยืดวีซ่าต่างชาติ

ฝั่งนายกสมาคมอาคารชุดไทย ”พีระพงศ์ จรูญเอก” ประเมินลดภาษีที่ดิน 15% จะส่งผลดีทั้งในแง่ของผู้ประกอบการและลูกค้า เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่มีแลนด์แบงก์และสต็อกพร้อมอยู่ไปได้บ้าง แต่ไม่มากและนำค่าใช้จ่ายที่ลดลงไปมาจัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้นนายกคอนโดฯ ยังฝากการบ้านถึงรัฐบาลใหม่ให้พิจารณา 3-4 เรื่อง ได้แก่ 1.ขอให้ผ่อนคลายมาตรการแอลทีวีอีก 1-2 ปี หรือในปี 2567-256 เพราะปัจจุบันตลาดเก็งกำไรที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กังวลนั้น ไม่มีแล้ว

2.ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% 3.กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นอัตราเดียวกันเหมือนกับภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะที่ดินแต่ละประเภทมีราคาประเมินกำหนดไว้อยู่แล้ว

และ4.ผ่อนปรนการให้วีซ่าระยะยาวของต่างชาติให้เท่ากับราคาคอนโดมิเนียม เช่น ซื้อ 3 ล้านบาท ได้วีซ่า 3 ปี ซื้อ 20 ล้านบาท ได้วีซ่า 20 ปี ซื้อ 100 ล้านบาทได้วีซ่า 100 ปี และให้ขยายระยะเวลาการเช่าที่ดินสำหรับต่างชาติจาก 30 ปี เป็น 50 ปี เพื่อจูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุนและซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้มากขึ้น

  • ขอเกณฑ์จ่ายภาษีให้ชัดๆ

ด้านผู้ประกอบการบ้านหรู “ศุภโชค ปัญจทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 กล่าวว่า ลดภาษีที่ดิน 15% ส่งผลต่อผู้ประกอบการอสัหาฯน้อยมาก แต่ก็ดีกว่าไม่ลดเลย ถ้าจะให้ดีต้องลดให้ 90% เหมือน 2 ปีแรก โดยมองว่าเป็นนโยบายหาเสียงทิ้งทวนมากกว่า

“การกำหนดอัตราภาษีที่ดินในปัจจุบัน ที่คิดเป็นสเต็ป ผมไม่ติด แต่ขอให้ทำอย่างชัดขึ้น บางทีที่แปลงเดียงกัน มีคนเป็นเจ้าของ 3 กรรมสิทธิ์ ยังไม่ชัดว่าเสียถูกต้องอย่างไร” นายศุภโชคกล่าว

เช่นเดียวกับ “ชนินทร์ วานิชวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาโครงการพูลวิลล่าโซนอีอีซี กล่าวว่า การลดภาษีที่ดิน 15% ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้ประกอบการอสังหาฯ ในการลดภาระภาษี แม้จะเล็กน้อยก็ตาม ส่วนในแง่ของยอดขายคงช่วยในแง่ของจิตวิทยาแต่คงไม่กระตุ้นมากนัก

  • อ้อนขยายโควต้าต่างชาติซื้อคอนโด-บ้าน

นอกจากนี้ “ชนินทร์” ยังฝากถึงรัฐบาลใหม่ ขอให้พิจารณาผ่อนเกณฑ์ให้ต่างชาติเช่าอสังหาฯในไทยได้มากขึ้น จากเดิม 30 ปี เป็น 50-60 ปี โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่ต่างชาติอยู่อาศัยมาก เช่น พัทยา ,ซื้อบ้านได้ในสัดส่วน 49% เหมือนกับคอนโด ,ซื้อคอนโดได้มากกว่า 49% ,ลดภาษีที่ดิน 50%และลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01%

“เราเพิ่งเปิดขายโครงการพูลวิลล่าที่พัทยา มีลูกค้าต่างชาติมาซื้อแล้ว 40% ทั้งในนามคนไทยและนิติบุคคล เป็นกลุ่มยุโรป รัสเซีย เพื่อซื้อเป็นบ้านหลังที่2 ซึ่งราคาไม่เกิน 30 ล้านบาทยังขายได้ ถ้าแพงกว่านี้จะเป็นกลุ่มคนจีนที่มาซื้อ แต่พอเกิดทุนสีเทาทำให้ตลาดบ้านแพงได้รับผลกระทบ แม้จีนเปิดประเทศแล้ว แต่ยังไม่เข้ามา คงต้องรอไตรมาส2และ3” ชนินทร์ทิ้งท้าย

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image