หน้าแรก เศรษฐกิจ อีสท์ วอเตอร์...

อีสท์ วอเตอร์ ร่อนหนังสือโต้แย้ง ก.ธนารักษ์ จี้คืนท่อส่งน้ำอีอีซี รีบเร่งส่อขัดกม. หวั่นกระทบผู้ใช้น้ำ

23.03.23 | 21:05 น.

อีสท์ วอเตอร์ ร่อนหนังสือโต้แย้ง ก.ธนารักษ์ จี้คืนท่อส่งน้ำอีอีซี รีบเร่งส่อขัดกม. หวั่นกระทบผู้ใช้น้ำ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับสำเนาหนังสือโต้แย้ง ที่บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ จำนวน 7 ข้อ ได้ทำถึงอธิบดีกรมธนารักษ์ กรณีการบอกเลิกการเช่า/บริหารโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล – หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ – แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) การเรียกให้ส่งมอบพื้นที่และทรัพย์สินแก่กรมธนารักษ์ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 เมษายน 2566 ลงนามโดย นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์

พร้อมกันนี้ ได้ส่งสำเนาไปถึงฝ่ายต่าง ๆ อีก 19 หน่วยงาน ตั้งแต่อธิบดีกรมธนารักษ์ รวมทั้งนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม,ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อธิบดีกรมชลประทาน, อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, คณะกรรมการที่ราชพัสดุ, เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค, ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ในหนังสือโต้แย้ง ของบริษัทอีสท์วอเตอร์ มีสาระสำคัญ ประเด็นหนึ่งที่เป็นที่สนใจ รอให้อธิบดีกรมธนารักษ์ได้ชี้แจง คือ การที่ระบุถึงปัญหาแท้จริงที่ส่งผลทำให้จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถเจรจาให้ได้ข้อยุติเรื่องการส่งมอบทรัพย์สิน การเข้าพื้นที่ฯลฯ ได้ คือ การที่กรมธนารักษ์เป็นหน่วยงานมีหน้าที่ในการปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุ แต่มิใช่หน่วยงานที่ดูแลหรือมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำและระบบท่อส่งน้ำ และการที่กรมธนารักษ์ไปรีบเร่งลงนามทำสัญญาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ก่อนที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการที่ราชพัสดุได้กําหนดให้ดำเนินการเสร็จสิ้นครบถ้วน จึงเกิดความร้อนรนจะให้มีการส่งมอบทรัพย์สินให้ได้ โดยไม่สนใจรับฟังข้อเสนอและความเห็นของบริษัทฯ

อีกทั้ง หนังสือกรมธนารักษ์ ที่ กค 0310/2824 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2566 เรื่อง การบอกเลิกการเช่า/บริหาร โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล – หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ – แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) พร้อมขอให้บริษัทฯ รื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากพื้นที่ และส่งมอบพื้นที่และทรัพย์สินทั้งสอง โครงการแก่กรมธนารักษ์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 เมษายน 2566 ที่บริษัทอีสท์ วอเตอร์ ได้รับนั้น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ให้ข้อเท็จจริง และเหตุผล ที่ไม่ถูกต้อง จึงจำเป็นต้องชี้แจง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และเพื่อให้การดำเนินการของกรมธนารักษ์ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความเป็นธรรม ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำ พร้อมย้ำว่า ทางบริษัทฯ ยึดมั่น และดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในคราวจัดตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 2535 รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2543 และมติคณะรัฐมนตรีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ในการเป็นผู้บริหารจัดการน้ำ เพื่อความมั่นคงของน้ำในภาคตะวันออก ซึ่งได้ยึดถือ เป็นภารกิจหลัก และคำนึงถึงเสถียรภาพการส่งน้ำอย่างมีคุณภาพ และปริมาณน้ำที่เหมาะสมตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ใช้น้ำหรือผู้ลงทุนภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก

Advertisement

หากกรมธนารักษ์ ยังคงยืนยันที่จะให้ส่งมอบทรัพย์สินโครงการท่อส่งน้ำทั้งสองและดำเนินการต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 เมษายน 2566 บริษัทฯ ขอถือเอาหนังสือฉบับนี้เป็นการแจ้งให้กรมธนารักษ์ ในฐานะหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีหน้าที่จัดการให้ไม่เกิดผลกระทบ ต่อผู้ใช้น้ำได้รับทราบผลกระทบและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้น้ำ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานรัฐในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินได้ลดน้อยลงกว่า 3,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในหนังสือโต้แย้ง ได้เน้นย้ำอีกว่า เมื่อกรมธนารักษ์รับทราบประเด็นปัญหา ผลกระทบและความเสียหายต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว แต่ยังดำเนินการต่อไปจนทำให้ รัฐ ผู้ใช้น้ำ และผู้เกี่ยวข้องได้รับความเสียหาย อาจเข้าข่ายการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ หากเกิดประเด็นข้อพิพาทหรือกรณีโต้แย้ง รวมทั้งการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายใด ๆ ต่อผู้ใช้น้ำ บริษัทฯ หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบโดยลำพังเพียงฝ่ายเดียวของ กรมธนารักษ์ โดยบริษัทฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จํากัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ ได้แจ้งหมายต่อสื่อมวลชน เพื่อแถลงข่าว เรื่อง “อีสท์ วอเตอร์ พร้อมส่งคืนท่อส่งน้ำ ย้ำภาครัฐต้องคำนึงถึงผู้ใช้น้ำเป็นหลัก” ในวันที่ 24 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่อาคารอีสท์ วอเตอร์ ถนนวิภาวดีรังสิต