‘ททท.’ ควง ‘ทรู’ เปิดตัวแคมเปญบูมท่องเที่ยวไทย ดันรายได้ทั้งปี’66 แตะเป้า 2.4 ล้านล้าน
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปี 2566 ททท. กำหนดให้เป็น “ปีท่องเที่ยวไทย 2566” หรือ Visit Thailand Year 2023 : Amazing New Chapters เพื่อเดินหน้ากระตุ้นและพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยที่ทรงคุณค่า (Meaningful Travel) ด้วยมุมมองที่แตกต่าง เพื่อพบกับโมเมนต์ที่จะเติมเต็มความสุขและประสบการณ์ที่หายไปให้กลับมาอีกครั้ง
เพื่อตอบสนองโจทย์ดังกล่าว ททท. ได้ร่วมมือกับ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อส่งเสริม “ปีท่องเที่ยวไทย 2566” ภายใต้โครงการแคมเปญ “โทรเมื่อไหร่ Amazing เมื่อนั้น” บนระบบ True CallME VDO เป็นบริการที่พัฒนามาจากบริการเพลงรอสาย (Ring Back Tone) มาสู่การโทรหากันแบบมีภาพและเสียงพร้อมกันระหว่างรอสาย โดยจัดทำเป็นวิดีโอสั้น หรือ Video Ring Back Tone (VRBT) ความยาว 30 วินาที โดยเชื่อว่าการร่วมมือดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเป้ารายได้จาการท่องเที่ยวไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25-30 ล้านคน ส่วนการดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 135 ล้านคน-ครั้ง

ทั้งนี้ วิดีโอสั้นจะนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และซอร์ฟเพาเวอร์ของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก ได้แก่ อาหารไทย อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง รวมถึงเทศกาลสงกรานต์ และผีตาโขนที่เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อเผยแพร่แก่ผู้ใช้บริการชาวไทย รวมทั้งชาวต่างประเทศที่ใช้บริการซิมทัวร์ริสด้วย
“การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยแต่ละปีมีประมาณ 100 ล้านคน-ครั้ง โดย ททท.คาดการณ์ว่า VRBT นี้ จะเข้าถึงคนที่เที่ยวในประเทศประมาณครึ่งหนึ่ง และลูกค้าของทรูก็มีจำนวนมากอยู่แล้ว รวมถึงเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการสนับสนุนของเครือข่ายโทรศัพท์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ททท.ยังได้เปิดตัวแคมเปญนำร่องในตลาดจีนด้วยวิดีโอรอสายภาษาจีน เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันมีผู้รับชมวิดีโอแล้วเกือบ 10 ล้านคน และเมื่อนักท่องเที่ยวได้ชมแล้ว ก็หวังว่าจะอยากเดินทางมาท่องเที่ยวไทยด้วยความประทับใจมากกว่าเดิม” นายยุทธศักดิ์กล่าว
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สำหรับช่วงเดือนเมษายนนี้ ที่มีวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นั้น คาดการณ์ว่า จะมีการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน-ครั้ง ส่วนการประเมินเป็นเม็ดเงินใช้จ่ายนั้น ยังต้องรอการพิจารณาเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุที่มั่นใจว่า จะมีคนไทยเดินทางคึกคักในช่วงสงกรานต์ปี 2566 นี้แน่นอนนั้น เพราะเป็นการกลับมาจัดงานสงกรานต์แบบเต็มรูปแบบ หลังจากเกิดการระบาดโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดงานได้ต่อเนื่องหลายปีแล้ว

เชื่อว่าคนไทยก็อยากเดินทางมากขึ้น ทั้งการกลับบ้านภูมิลำเนา เพื่อรดน้ำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ หรือเที่ยวเล่นในงานสงกรานต์ที่จัดกันเต็มรูปแบบมากขึ้น โดยสะท้อนได้จากการเห็นกระแสการจัดงานในหลายพื้นที่เพิ่มมากขึ้น จึงมองว่าจะคึกคักมากในปีนี้ รวมถึงภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิความร้อนมาก ทำให้คนคงอยากเล่นน้ำกัน ส่วนเมืองหลักที่มีการตั้งงบประมาณไว้จากปีก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้จัดก็อาจนำงบที่ตั้งไว้นั้นเลื่อนมาจัดในปีนี้แทน ซึ่งการจัดงานก็ยังคงยึดตามรูปแบบประเพณีเป็นหลัก อาทิ ปีใหม่เมืองของเชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ เองก็จะเป็นสงกรานต์แบบย้อนยุค ที่เน้นความสนุกสนาน แต่ยังคงความเป็นไทยไว้ด้วย
ด้านนายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะทรูนี้มีฐานลูกค้าหลังควบรวบกับดีแทคอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านคน และชาวต่างชาติ ผู้ใช้งานซิมทัวร์ริส จำนวน 200,000 เลขหมายต่อเดือน ซึ่งกิจกรรมนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายนนี้ เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยผู้สนใจสามารถเปิดใช้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงสมัครผ่านหมายเลข *639# แล้วกดโทรออก เพื่อรอรับข้อความ (เอสเอ็มเอส) พร้อมลิงก์พาเข้าสู่หน้าเลือกวิดีโอเพื่อสมัครใช้งาน True CallME VDO

