เงินบาทเปิด 34.21 ‘อ่อนค่าลง’ ตลาดหวั่นปัญหาระบบแบงก์-ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

แฟ้มภาพ

เงินบาทเปิด 34.21 ‘อ่อนค่าลง’ ตลาดหวั่นปัญหาระบบแบงก์-ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.21 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.13 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.90-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.10-34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อและอาจคงดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25% แต่ผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยลง ท่ามกลางความกังวลปัญหาเสถียรภาพของระบบธนาคาร

ในสัปดาห์นี้ ควรจับตาความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อปัญหาเสถียรภาพของระบบธนาคารสหรัฐและยุโรป รวมถึงรายงานอัตราเงินเฟ้อ (PCE) สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในอนาคต

Advertisement

นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทประเมินว่าแกว่งตัวแคบโดยมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ หากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้น หรือ ในจังหวะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นทดสอบโซนแนวต้านแถว 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์อีกครั้ง

ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอด้วยโฟลว์ซื้อสกุลเงินต่างประเทศของบรรดาผู้นำเข้าและบริษัทข้ามชาติญี่ปุ่น (Japanese MNCs) นอกจากนี้ สัญญาณเชิงเทคนิคัล ทั้ง RSI และ MACD ยังชี้ว่าเงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวแคบใกล้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วันในช่วงนี้

นายพูน กล่าวว่า ในส่วนเงินเหรียญสหรัฐมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ หากอัตราเงินเฟ้อ (PCE) ออกมาสูงกว่าคาด และผู้เล่นในตลาดได้คลายกังวลปัญหาเสถียรภาพของระบบธนาคาร แต่หากตลาดยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) จากความกังวลดังกล่าว เงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้นได้

Advertisement

กรณีที่ความกังวลอยู่ที่ฝั่งธนาคารยุโรปมากกว่าฝั่งสหรัฐ (กดดันสกุลเงินฝั่งยุโรปอ่อนค่าลง) ทั้งนี้ ทองคำและเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อาจยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ผู้เล่นในตลาดต้องการถือมากกว่าเงินเหรียญสหรัฐได้ หากตลาดปิดรับความเสี่ยง

นายพูน กล่าวว่า ขณะที่ประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.75% พร้อมกันนั้น กนง. อาจปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวของการบริโภคในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติดีขึ้นจากการประชุมเดือนธันวาคม ส่วนคาดการณ์ยอดการส่งออกอาจถูกปรับลงตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ซึ่งจะสอดคล้องกับรายงานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศในช่วงนี้ ที่ตลาดประเมินว่ายอดการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ จะยังคงหดตัว 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่ยอดการนำเข้าจะขยายตัว 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความต้องการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวได้ดี ทำให้ดุลการค้าอาจขาดดุลเกือบ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image