“เอกชน” ค้านสรรพสามิต เก็บภาษีความหวานเพิ่มขึ้น ชี้สถานการณ์ยังไม่เหมาะ หวั่นกระทบความสามารถแข่งขันการส่งออก สุดท้ายหนีไม่พ้นต้องปรับราคา แนะมุ่งให้ข้อมูลสร้างเข้าใจผู้บริโภคได้ผลกว่า

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวถึงกรณีกรมสรรพสามิต จะปรับขึ้นภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาล เข้าสู่ระยะที่สาม ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ว่า ผู้ประกอบการมีความกังวล เพราะอัตราภาษีโดนปรับเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากอัตราภาษีในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต้องรับภาระภาษีเพิ่มขึ้นในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความกังวลและท้าทายหลายเรื่องที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหาร จึงเสนอขอเลื่อนขยายเวลาการปรับขึ้นภาษีความหวานฯ เนื่องจากปัจจุบันเกิดภัยแล้ง วัตถุดิบหลายตัวมีการปรับขึ้นราคา อีกทั้งที่ผ่านมามีการปรับขึ้นต้นทุนในหลายด้านทั้งค่าแรง น้ำตาล ค่าไฟฟ้า กระทบด้านต้นทุนการผลิตและอาจกระทบต่อราคาสินค้า ซึ่งการปรับขึ้นราคาแก่คู่ค้าและผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา อีกทั้งมาตรการที่ออกมาไม่ควรลดความสามารถการแข่งขันในต่างประเทศ
“ภาคเอกชนยินดีร่วมมือกับรัฐบาล เครือข่ายสุขภาพและองค์การอนามัยโลกในการช่วยให้คนไทยมีสุขภาพดี ลดการบริโภค อาหารหวาน มัน เค็ม ที่ทำให้เป็นบ่อเกิดหลายโรค แต่การกำหนดภาษีความหวานฯเพื่อควบคุมกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ผู้บริโภคอาจเลือกไปรับประทานในร้านอาหารแทนได้เช่นกัน ดังนั้นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคเพื่อตระหนักรู้ว่าควรบริโภคอาหารอย่างไรไม่เป็นพิษภัยต่อตัวเอง จึงสำคัญที่สุด” นายวิศิษฐ์กล่าว และว่า การส่งออกสินค้าเครื่องดื่มปี 2566 เทียบปี 2565 พบว่ามูลค่าส่งออกเทียบเดือนต่อเดือนในเดือนมกราคม หดตัว -8% ที่ 4,999 ล้านบาท จากที่เคยมีมูลค่า 68,781 ล้านบาท ดังนั้นการวางนโยบายการจัดเก็บภาษี ควรให้เหมาะสมกับบริบทของสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องปัจจุบันมีความท้าทาย เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของธุรกิจ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงบริบทของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดโครงสร้างภาษีที่ตอบโจทย์การแข่งขัน ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีการปรับตัวอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการได้ทยอยปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม มีการปรับราคา ปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ รวมถึงแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีน้ำตาลน้อย หรือไม่มีน้ำตาลออกมามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

