คนใช้รถเฮ! ปตท.ประกาศตรึงราคาน้ำมันช่วงสงกรานต์ ลดภาระประชาชน
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยในปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น หลังเปิดประเทศเต็มปี จะทำให้การท่องเที่ยว การลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศเติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ยังกังวลและต้องติดตามคือภาวะเศรษฐกิจโลก แม้ว่าธุรกิจธนาคารของสหรัฐอเมริกาล้ม ยังไม่มีผลลามมาถึงประเทศไทย แต่ว่าภาพรวมของการขึ้นดอกเบี้ยและภาวะเงินเฟ้อจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว อาจจะมีผลต่อการส่งออก แต่เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศยังดี จึงทำให้ปัจจัยบวกยังมีมากกว่าปัจจัยลบ ส่วนสถานการณ์สงครามรัสเซียกับยูเครนคนปัจจุบันเริ่มชินแล้ว เลยทำให้ผลกระทบจึงไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา
นายอรรถพลกล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำมันปีนี้อ่อนตัวลงต่ำกว่าปีที่แล้วไม่น่าจะกลับมาพีคเหมือนปีที่ก่อน ซึ่งไตรมาสแรกของปีนี้ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ถ้าไม่มีปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ ราคาน้ำมันจะกลับเป็นปกติ โดยในช่วงกลางปีราคาจะอ่อนตัวลง เพราะคนใช้น้อย และปลายปีราคาจะสูงขึ้นเพราะหน้าหนาวคนใช้พลังงานมาก แต่ขึ้นอยู่กับน้ำมันแต่ละชนิดด้วย เช่น เบนซินจะสูงช่วงเดือนกรกฎาคม ส่วนดีเซลจะสูงช่วงปลายปี
“แม้ทั้งปีนี้ราคาน้ำมันจะถูกกว่าปีที่แล้ว แต่ราคาขายปลีกในบ้านเรามีปัจจัยเพิ่ม จึงทำให้ราคาน้ำมันอาจจะไม่ลงเร็วทันใจอย่างที่ต้องการ เพราะว่าโครงสร้างราคาน้ำมันจะมีกองทุนน้ำมันที่ยังติดลบ 80,000 ล้านบาท และภาษีสรรพสามิตมาเกี่ยวข้องด้วย อย่างเมื่อปีที่แล้วพอราคาน้ำมันสูงมาก รัฐลดภาษีเพื่อไม่ให้ราคาสูงไปมาก ปัจจุบันยังลดอยู่ในอัตราที่ต่ำ ไม่ใช่อัตราปกติ ถ้าต้นทุนราคาน้ำมันลง อาจจะกลับมาเก็บ” นายอรรถพลกล่าว
นายอรรถพลกล่าวว่า ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 นี้ ทาง ปตท.จะตรึงราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อช่วยบรรเทาภาระผู้บริโภคในการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในวันหยุดยาว และหากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ปตท.ก็พร้อมจะปรับลดราคาลงด้วยเช่นกัน
นายอรรถพลยังกล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่จะลดราคาน้ำมันว่า ดูแนวโน้มจากราคาน้ำมันน่าจะเบาใจได้ในปีนี้ราคาน่าจะลดต่ำลง ไม่น่าจะมีผลต่อต้นทุนการผลิตเหมือนปีที่แล้ว ถ้าเป็นข้อเสนอแนะราคาน้ำมันถ้าเป็นไปตามกลไกก็ดี สมมุติราคาสูงก็ช่วยในกลุ่มเฉพาะที่เดือดร้อนและกลุ่มที่มีรายได้น้อยเท่านั้น ซึ่งมีหลายรูปแบบที่จะเข้าไปช่วย และคงต้องประเมินตามสถานการณ์
“สำหรับการปรับลดค่าการกลั่นนั้น เนื่องจากค่าการกลั่นเป็นไปตามกลไกตลาด เป็นสภาวะขึ้นๆ ลงๆ ปีที่แล้วสูง ปีนี้กลับมาลงอยู่ในระดับที่แคบลง แต่ถือว่าโรงกลั่นยังมีพอมีกำไร หลังจากที่มีบางช่วงที่แย่มากก็ขาดทุน และที่ผ่านมากลุ่ม ปตท.มีการเสนอสูตรที่จะช่วยลดค่าการกลั่น ณ ตอนนั้นแล้ว
แต่ว่ากระบวนการบริหารการเงินออกมาอาจจะไม่เกิดโดยตรง แต่ปีที่แล้ว ปตท.ได้เข้าไปอุดหนุนกองทุนน้ำมันโดยตรง 3,000 ล้านบาทเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าพลังงานของประชาชน” นายอรรถพลกล่าว

