ธุรกิจห่วงโซ่ท่องเที่ยว ผุดพรึ่บ รับการฟื้นตัว บริษัททัวร์ตั้งใหม่ ก.พ.พุ่ง 23 เท่าตัว
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 รวม 8,537 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 19,139 ล้านบาท โดยธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 715 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร ส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือจำนวน 5,879 ราย คิดเป็น 68.87% ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนกุมภาพันธ์ 2566 รวม 869 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 2,939 ล้านบาท ซึ่งประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 89 ราย รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 45 ราย และธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่นๆ ในร้านค้าทั่วไป 25 ราย ส่วนใหญ่ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 639 ราย คิดเป็น 73.53% จึงทำให้ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ 857,964 ราย มูลค่าทุน 21.09 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 503,689 ราย คิดเป็น 58.71% ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทเปิดใหม่เทียบเดือนมกราคมปีนี้ เพิ่ม 0.84% และเพิ่มขึ้น 18% เทียบเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ส่วนเลิกกิจการ ลดลง 33% จากเดือนมกราคมปีนี้ และเพิ่มขึ้น 30% เทียบเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน
นายทศพล กล่าวต่อว่า หากเทียบย้อนหลังเฉพาะยอดจัดตั้งบริษัทใหม่เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ พบว่า กุมภาพันธ์ 2566 มียอดสูงสุดในรอบ 10 ปี นับจากกุมภาพันธ์ 2557 ทำให้สถิติการจัดตั้งใหม่ 2 เดือนแรก 2566 เพิ่มขึ้น 11.99% เทียบ 2 เดือนแรกปีก่อน และสัดส่วน 20% ของธุรกิจตั้งใหม่อยู่ในกลุ่มก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 5% และ พบว่า ธุรกิจในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว มีอัตราการจัดตั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นถึง 1.1 เท่าเทียบเดือนเดียวกันปีก่อน และมีสัดส่วนการจัดตั้งใหม่คิดเป็น 8.05% ของธุรกิจตั้งใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย ตัวแทนธุรกิจการเดินทาง เพิ่มขึ้น 23 เท่า ธุรกิจจัดนำเที่ยว เพิ่มขึ้น 3.2 เท่า ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 2 เท่า ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารเพิ่มขึ้น 84.23% และธุรกิจโรงแรม เพิ่มขึ้น 25.93% อาจเป็นผลมาจากเศรษฐกิจในภาพรวม และสถานการณ์การท่องเที่ยว ที่ดีขึ้น มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนี ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยข้างต้น กรมคาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ช่วงครึ่งปีแรก 2566 อยู่ประมาณที่ 40,000 – 42,000 ราย และตลอดทั้งปี 2566 อยู่ที่ 72,000 – 77,000 ราย
นายทศพล กล่าวต่อว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2566 อนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 61 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 15 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 46 ราย มีเม็ดเงินลงทุน 21,627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 322% จากเดือนมกราคม 2566 และเพิ่มขึ้น 274% เทียบเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สัญชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด คือ สิงคโปร์ อีกทั้ง ประเภทธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

