‘จุฬา’ เลขาอีอีซีคนใหม่ ชี้ปัจจัยโลกเปลี่ยน เฟ้นอุตฯเด่น ดึงลงทุน 2.2 ล้านล้านเข้าไทย

29.03.23 | 06:20 น.

‘จุฬา’ เลขาอีอีซีคนใหม่ ชี้ปัจจัยโลกเปลี่ยน เฟ้นอุตฯเด่น ดึงเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านเข้าไทย

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยกับ “มติชน” ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการวันที่ 1 เมษายน ว่า แม้เวลานี้รัฐบาลจะเป็นรักษาการแต่การทำงานของอีอีซียังเดินหน้าตามปกติ ตามกรอบนโยบายรัฐบาลที่วางไว้ เวลานี้จึงเน้นงานปฏิบัติมุ่งดึงการลงทุนในครัสเตอร์อุตสหกรรมต่างๆ เพื่อดึงการลงทุนปีนี้ และภาพรวมช่วงระหว่างปี 2566-2570 ซึ่งอีอีซีกำหนดเป้าหมายดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ 2.2 ล้านล้านบาท กระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) คิดเป็น 5% ต่อปี สิ่งเหล่านี้เป็นเป้าหมายเดิมที่วางไว้ตั้งแต่ปลายปี 2565 ยังคงเป้าหมายเดิมที่เซทไว้

“ผมจะไม่แตะตัวเลขเป้าหมาย ไม่ปรับเปลี่ยน แต่จะทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เป็นความท้าทาย แต่สิ่งที่ผมจะทำคือการลงรายละเอียดให้ไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ต้องดูแผนภาพรวมเพื่อกำหนดเป้าหมาย ประเภทอุตสาหกรรมที่ควรเน้น เพื่อรับกับแนวโน้มการลงทุนของไทย แนวโน้มการลงทุนของโลก เริ่มหารือกับทีม ตอนนี้กำหนดแผนงานแล้ว”นายจุฬากล่าว

แผนงานของอีอีซีเริ่มเขียนตั้งแต่ปี 2561 เพื่อใช้ช่วงปี 2561-2565 ภายใต้ปัจจัยที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น ต่อมาสถานการณ์ต่างๆของโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนทั้งโลกเปลี่ยนไป เกิดการกระตุ้นไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่เรียกว่าเน็กซ์นอร์มอล นอกจากนี้ยังมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นในโลก อาทิ ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการสู้และแบ่งค่ายกันชัดเจน เรื่องนี้มีผลกระทบต่อเรื่องการลงทุน นอกจากนี้ยังมีเรื่องสังคมผู้สูงอายุ และล่าสุดเรื่องเศรษฐกิจของโลกถดถอย ปัญหาวิกฤตธนาคารในสหรัฐและยุโรป ดังนั้นต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาดูใหม่ เพื่อดูแนวทางว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร

กลไกลของอีอีซีคือการพัฒนาเชิงพื้นที่ มีภาพใหญ่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง สิ่งที่ทำอยู่เดิมคือ การกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 อุตสาหกรรม ในจำนวนนี้ได้มีการกำหนดแบ่งพื้นที่รองรับแต่ละอุตสาหกรรม มีการกำหนดเขตส่งเสริมพิเศษ ปัจจุบันมีอยู่ 28 เขต กระจายตัวอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เปรียบอุตสาหกรรมคือสินค้า มีพื้นที่ มีการกำหนดว่าพื้นที่ไหนมีสิทธิพิเศษ ดังนั้นหลังจากนี้ต้องมาดูแผนภาพรวมใหม่ เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน มีปัจจัยเสี่ยง

Advertisement

ดังนั้นหลังจากนี้ต้องดูว่าจากอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 12 อุตสาหกรรม ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันจะเน้นกี่อุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันเราไปกว้างแบบนั้นไม่ได้แล้ว เรื่องนี้ถือเป็นมิชชั่นที่ 2 ต้องมีดูว่าทั้ง 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีอยู่เดิมต้องเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมไหนก่อน

 

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: