หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทเปิดตล...

เงินบาทเปิดตลาดที่ 34.16 ‘ทรงตัว’ หลังแบงก์ชาติส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

30.03.23 | 09:55 น.

เงินบาทเปิดตลาดที่ 34.16 ‘ทรงตัว’ หลังแบงก์ชาติส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.00-34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นานพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากปรับตัวแข็งค่าขึ้นในวันก่อนตามแนวโน้มธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ

โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีจังหวะผันผวนแข็งค่าขึ้นบ้างตามการรีบาวด์ของราคาทองคำ ก่อนที่จะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ พร้อมกับการย่อตัวลงของราคาทองคำ

ส่วนในวันนี้ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบในช่วง 34.00-34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยอาจมีจังหวะแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ตามฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยมากขึ้น

Advertisement

อย่างไรก็ดี แนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของ ธปท. อาจทำให้ผู้เล่นต้างชาติบางส่วนทยอยขายทำกำไรบอนด์ไทยได้ (อาจเห็นยอดขายบอนด์สุทธิได้ในระยะสั้น)

ขณะที่ปัจจัยกดดันฝั่งอ่อนค่า อาจมาจากทิศทางเงินดอลลาร์และราคาทองคำ โดยเงินเหรียญสหรัฐมีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อได้ (ส่วนราคาทองคำอาจย่อตัวลงต่อ) หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด และตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง

ในช่วงนี้ ความผันผวนของตลาดการเงินยังอยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทผันผวนในระดับ 9%-10% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมาที่ระดับ 5% เป็นอย่างมาก

“ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ ออฟชั่น (Option) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูน กล่าว

นายพูน กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญฝั่งสหรัฐ อาทิ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 รวมถึงข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกและการว่างงานต่อเนื่อง (Initial & Continuing Jobless Claims)

และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก็จะอยู่ในความสนใจของผู้เล่นในตลาดเช่นกัน