หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ธปท.’เผยส่งอ...

‘ธปท.’เผยส่งออก-ท่องเที่ยว ดันดุลบัญชีเดินสะพัดบวก 1.3 พันล้านดอลล์ฯ หนุนเศรษฐกิจ ฟื้นต่อเนื่อง

31.03.23 | 16:48 น.

‘ธปท.’เผยส่งออก-ท่องเที่ยว ดันดุลบัญชีเดินสะพัดบวก 1.3 พันล้านดอลล์ฯ หนุนเศรษฐกิจเดือน ก.พ.ฟื้นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค เปิดเผยว่า เศรษฐกิจและการเงิน เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ยังติดลบ 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 22 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การนำเข้าปรับลดลงอยู่ที่ 1.8% คิดเป็นมูลค่า 21 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอยู่ที่ 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากที่มีการขาดดุลในเดือนมกราคม 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากดุลการค้าเป็นสำคัญ ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเกินดุลเล็กน้อย

โดยการส่งออกดีขึ้นสอดคล้องกับภาคผลิตอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้นที่ 1.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่ 0.6% หมวดที่เพิ่มขึ้นชัดเจนคือหมวดเคมีภัณฑ์มาจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตพลาสติกและใยสังเคราะห์ ซึ่งเป็นอุปสงค์มาจากประเทศจีนและภายในประเทศไทย

Advertisement

ด้านเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 2% จากเดือนก่อนที่ 1.6% โดยเฉพาะหมวดสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของธุรกิจ ปรับเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50% เป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นทั้งในแง่ผลประกอบการ คำสั่งซื้อ และการจ้างงานที่ปรับดีขึ้น

การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดรับกับปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าคงทนมาจากยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีการส่งมอบคำสั่งซื้อในช่วงก่อนหน้า เรื่องการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รุ่นใหม่มากขึ้น รวมถึงยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ขณะที่ภาคบริการปรับดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการโรงแรมและภัตตาคารตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยถึง 2.1 ล้านคน ปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.1% ซึ่งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและอินเดีย ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการปรับดีขึ้น

“มองไปข้างหน้าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวช่วงครึ่งแรกในเดือนมีนาคม เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 76,000 คน ปรับดีขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่เฉลี่ยวันละ 73,000 คน”นายสักกะภพ กล่าว

ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวที่ 14.9% ขยายตัวดีขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ 22.5% และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัวที่ 132% ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางหดตัวที่ 7.6% หลังจากเร่งเบิกจ่ายไปแล้วในเดือนก่อน

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจในเดือนมีนาคม 2566 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่มีประเด็นที่ต้องติดตาม 1.แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและปัญหาสถาบันการเงินในสหรัฐว่าจะมีการลุกลามมากน้อยเพียงใด

รวมถึงปัญหาสถาบันการเงินในยุโรปด้วย 2.ผลของการเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งที่ผ่านมาเห็นการกลับมาได้ค่อนข้างดี และ 3.การส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการที่อั้นไว้ ซึ่งจะมีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

นายสักกะภพ กล่าวว่า ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ ลดลงที่ 3.7% จากเดือนมกราคมที่ 5.02% เป็นการปรับลดลงทั้งในหมวดพลังงานและอาหารสด ส่วนหนึ่งจากผลของฐานสูงในปีก่อน ประกอบกับราคาผัก และผลไม้ที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเดือนกุมภาพันธ์ลดลงที่ 1.93% ลดลงจากเดือนก่อนที่ 3.04% ซึ่งหลักๆ ลดลงจากฐานที่สูงจากช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีเหตุการณ์ระบาดโรคในสุกร ส่งผลให้อาหารสำเร็จรูปปรับราคาสูงขึ้น

“อย่างไรก็ตาม หากดูในแง่ระดับอาหารสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนก่อนจากราคาต้นสูง ดังนั้น ทิศทางเงินเฟ้อยังเป็นบวกแม้เทียบกับฐายในระยะเดียวกันปีก่อนจะน้อยลง”นายสักกะภพ กล่าว

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานเดือนกุมภาพันธ์ลดลงที่ 7.75% จากระดับ 11.08% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นผลจากฐานสูงในปีก่อนที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดในเดือนกุมภาพันธ์ลงลง 7.14% จากเดิมอยู่ที่ 7.32% ในเดือนมกราคม เป็นผลจากผลผลิตผักและผลไม้ที่ออกสู่ตลาดมากทำให้ราคาปรับลดลง