ในขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นต่างๆ กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ค่ายรถยนต์จากจีนไล่แย่งส่วนแบ่งการตลาด ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่เชื่อว่าธุรกิจยานยนต์ทั่วโลกกำลังถูกรุกคืบ ขึ้นกับว่าแต่ละประเทศมีนโยบายการแข่งขันด้านยานยนต์เป็นอย่างไร
แต่สำหรับค่ายมาสด้า ในปีนี้ถือว่ามีความชัดเจนเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตมากขึ้นในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-2 เมษายน ที่ชาเลนเจอร์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้นำ มาสด้า MX-30 บีอีวี รถยนต์ไฟฟ้า มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต มัลติ–โซลูชั่น เทคโนโลยี เป็นการประกาศถึงทิศทางของมาสด้านับจากนี้

นายทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้ประกาศบนเวทีในการเปิดบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์รอบสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่่ผ่านมาว่า
“ช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์ได้มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องมาจากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและแบรนด์ใหม่ๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์รถยนต์มีความหลากหลายยิ่งขึ้น และส่งผลให้การมองหาคุณค่าจากยานพาหนะของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป
แม้ว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย แต่บางครั้งสิ่งเหล่านี้ก็กลับส่งผลกระทบทางลบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ รวมถึงมาสด้า ต้องดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของโลก สังคม และเพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป ด้วยการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ไม่เพียงเป็นที่น่าหลงใหล แต่ต้องช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และช่วยรักษาโลกที่สวยงามของเรา
ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเรามาสด้าได้มุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ตามแนวทางที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อยกระดับและเติมพลังให้กับผู้คนผ่านประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ในขณะเดียวกัน เราได้ตระหนักว่าควรมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ ตามแผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง และซัสเทนเนเบิล ซูม–ซูม 2023 (Sustainable Zoom-Zoom 2030 หรือซูม ซูม อย่างยั่งยืน)
ช่วงการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เราจะส่งมอบทางเลือกหลากหลายให้ลูกค้า รวมถึงเครื่องยนต์สันดาปภายใน เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า และพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสมสำหรับในแต่ละภูมิภาคตามแนวทาง บิลดิ้ง บล็อก (Building Block) การพัฒนาตามแนวทางนี้จะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์บางรุ่นเปิดตัวไปแล้วทั่วโลก อาทิ มาสด้า CX-60 ปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV) ในยุโรปและออสเตรเลีย, มาสด้า CX-90 ปลั๊กอิน ไฮบริด ในอเมริกาและออสเตรเลีย และรถยนต์ต้นแบบมาสด้า MX-30 อี–สกายแอ๊กทีฟ อาร์–อีวี (e-Skyactiv R-EV) ในยุโรป ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ในช่วงเฟสที่ 1 ของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าของมาสด้า เรามุ่งมั่นยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ ระหว่างปี 2022-2024
ในช่วงเฟสที่ 2 ระหว่างปี 2025-2027 ของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า เราจะพัฒนา ยูนิก อาเซี่ยน โปรดัก (Unique ASEAN Product) หรือยนตรกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อลูกค้าในตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ หลังจากนั้นจนถึงปี 2030 มาสด้าจะแนะนำรถรุ่นอื่นๆ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เราคาดว่าภายในปี 2030 มาสด้าจะมีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประมาณ 25-40% จากยอดจำหน่ายรถมาสด้าทั่วโลก
ทั้งหมดนี้ คือการเดินทางสู่อนาคตของมาสด้าเพื่อมอบความสนุกสนานในการขับขี่ และเติมเต็มชีวิตให้กับผู้คนด้วยยนตรกรรมของเรา
นี่คือแนวทางที่เราให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และเพื่อให้ผู้คนชื่นชอบและเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า
วิสัยทัศน์ของมาสด้า ตามแผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง 2030 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต รถมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-30 บีอีวี (MX-30 BEV) คือหนึ่งในยนตรกรรมทางเลือกที่หลากหลายตามแนวทางมัลติ–โซลูชั่นเทคโนโลยี (Multi-solution Technology) ที่มาสด้าได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในทุกรูปแบบของลูกค้า ผลิตภัณฑ์นี้ยังไม่ใช่รถที่จะเปิดตัวในประเทศไทยในขณะนี้ แต่เราได้นำมาจัดแสดงให้ชมเป็นตัวอย่างตามแผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง 2030 ของเรา
นอกจากรถไฟฟ้า มาสด้า MX-30 มาสด้า ยังนำเสนอยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยีสกายแอ๊กทีฟทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง Mazda2 และ Mazda3 รถครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series รถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 และรุ่นพิเศษ มาสด้า คาร์บอน อิดิชั่น พร้อมข้อเสนอพิเศษแคมเปญ มาสด้า มอเตอร์โชว์ 2023 ด้วยดอกเบี้ย 0%, ฟรีประกันภัยชั้น 1 มาสด้า พรีเมียม อินซูแรนซ์, ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี มาสด้า อัลติเมท เซอร์วิส (Mazda Ultimate Service -MUS) และเมื่อจองในงาน 5,000 บาท และรับรถภายใน 30 เม.ย.66 รับฟรีเครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น FP-F30TA-A มูลค่า 2,990 บาท (จำนวนจำกัด) ที่งานมอเตอร์ โชว์ เมืองทองธานี หรือรับข้อเสนอเดียวกันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ”

ด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้านำนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า Mazda MX-30 BEV มาจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย เป็นหนึ่งในยนตรกรรมหลากหลายทางเลือกตามแนวทาง Multi-solution Technology ตอบสนองความต้องการทุกรูปแบบมาจัดแสดง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบตามแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีในอนาคตของมาสด้า เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ระยะกลาง Sustainable Zoom-Zoom 2030
นายพล

