หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.ล.ต.ไฟเขียว...

ก.ล.ต.ไฟเขียว มิลเลนเนียม กรุ๊ป เสนอขาย IPO ไม่เกิน 280 ล้านหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

3.04.23 | 14:36 น.

ก.ล.ต.ไฟเขียว มิลเลนเนียม กรุ๊ป เสนอขาย IPO ไม่เกิน 280 ล้านหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายวราห์ สุจริตกุล ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดช่วงเวลาและราคาที่จะเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) รวมไม่เกิน 280,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA ทำธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ ที่มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ ‘Lifestyle Mobility Ecosystem’ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง’ มุ่งพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ภายใต้ชื่อ ‘MGC-ASIA Ecosystem’ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้แก่กลุ่มธุรกิจหลัก โดยการขยายสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทุกวงจรการใช้บริการของลูกค้า และการแสวงหาโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ทั้งจากการร่วมมือภายในกลุ่มบริษัทฯ และพันธมิตรหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว

ภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่ม MGC-ASIA มีสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการให้ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ประกอบด้วย ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และบิ๊กไบค์ระดับโลก ได้แก่ Rolls-Royce, BMW, MINI, Honda, BMW Motorrad และ Harley-Davidson ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือยอชท์ Azimut รายเดียวในประเทศไทย และผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเรือแม่น้ำ Chris-Craft แต่เพียงผู้เดียวในไทยและอาเซียน รวมถึงรถยนต์มือสองพร้อมการรับประกัน ธุรกิจจัดหาลูกค้าสำหรับบริการให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว VistaJet และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ ธุรกิจบริการหลังการขายและซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ ธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมพนักงานขับ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและช่วยเสริมสร้างรายได้ระยะยาว อาทิ บริการทางการเงินครบวงจร สำหรับยานยนต์หรูและมารีน (Alpha X) นายหน้าประกันภัย (Howden Maxi) บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล เป็นต้น

Advertisement

ทั้งนี้ มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโต และเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่ 1.สร้างความแข็งแกร่งให้ MGC-ASIA Ecosystem เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ สร้างความแตกต่างและโดดเด่น ด้วยโมเดล Lifestyle Mobility Ecosystem 2.มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจจำหน่ายและให้บริการด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับบริการหลังการขายและซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ประจำ รวมถึงผลตอบแทนให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้ในระยะยาว 3.เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในระบบนิเวศทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัทฯ และ4.ยกระดับการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ (Digitalization) เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ Digi-Tech Lifestyle Mobility บนแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งได้ร่วมทุนกับบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้ง บริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด เพื่อให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับยานยนต์ระดับลักชัวรี่และมารีน เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ พร้อมเล็งเห็นความต้องการด้านประกันภัยจากกลุ่มลูกค้าของกลุ่มบริษัทฯ จึงขยายการลงทุนสู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ผ่านการร่วมมือกับ ฮาวเด้น กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์รายใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อขยายระบบนิเวศทางธุรกิจตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นางสาวเจิดนภางค์ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชีกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 แต่ตลาดลักชัวรี่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเซกเมนต์อื่นๆ และในบางภูมิภาคสามารถเติบโตสวนกระแสจากการขยายตัวของฐานลูกค้าที่มีอายุเฉลี่ยต่ำลงและมีความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์แม้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชิ้นส่วนขาดแคลน แต่ตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่ยังเป็นที่ต้องการสูง สะท้อนจากยานยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่สร้างยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการมีพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทำให้ภาพรวมรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผลประกอบการในปี 2563 2564 และ 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 20,275.3 ล้านบาท 21,350.3 ล้านบาท และ 23,076.2 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.7% ต่อปี และมีกำไรสุทธิ 188.8 ล้านบาท 295.5 ล้านบาท และ 595.6 ล้านบาท ตามลำดับ