คลัง เผยยอดใช้จ่ายบัตรคนจนรุ่นใหม่ พุ่ง 1.9 พันล้านบาท ย้ำผู้มีสิทธิยังยืนยันตัวตนได้ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการใช้สิทธิภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2566 ผ่านบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ล่าสุด ณ วันที่ 3 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. มีการใช้สิทธิสะสมกว่า 1,990 ล้านบาท จากผู้มีสิทธิ กว่า 6.64 ล้านราย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สิทธิในวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้า
นายพรชัยกล่าวว่า ขณะที่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว ณ วันที่ 3 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. มีสะสมทั้งสิ้น 12.90 ล้านราย คิดเป็น 88.39% ของจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ส่วนผู้ยื่นอุทธรณ์กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ มีจำนวน 1.22 ล้านราย สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน สามารถทำการยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ได้ตามวันเวลาที่หน่วยงานกำหนด โดยต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) และต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เพื่อความสะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการในอนาคต
“ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ เนื่องจากการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนไม่ผ่านซึ่งในกรณีนี้ขอให้ผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และหากตรวจสอบและแก้ไขสถานะบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ให้ดำเนินการยืนยันตัวตนอีกครั้ง นอกจากนี้ การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จอาจเกิดจากกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ซึ่งผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่านขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนของธนาคารกรุงไทยต่อไป” นายพรชัยกล่าว
นายพรชัยกล่าวว่า ส่วนผู้ยืนยันตัวตนแล้ว ที่ประสงค์จะรับสิทธิมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา จะต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิใหม่ทุกคน และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสวัสดิการของมาตรการบรรเทาฯ ที่กำหนดการให้สวัสดิการแบบ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 รหัสประจำบ้าน ซึ่งสามารถลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้าได้เพียงผู้ให้บริการ 1 หน่วยงาน เช่นเดียวกันกับค่าน้ำประปาที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิค่าบริการได้เพียงผู้ให้บริการ 1 หน่วยงาน กับหน่วยงานผู้ให้บริการที่ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวสำเร็จรับบริการอยู่
นายพรชัยกล่าวว่า ดังนี้สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กทร.) สำนักงานการประปานครหลวง (กปน.) และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ทั้งนี้ หากลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้ากับ กฟน. หรือ กฟภ. สำเร็จภายในวันที่ 8 เมษายน 2566 เวลา 17.00 น. หรือลงทะเบียนกับ กทร. สำเร็จภายในวันที่ 20 เมษายน 2566 เวลา 17.00 น. และลงทะเบียนรับสิทธิค่าน้ำประปากับ กปน. หรือ กปภ. สำเร็จภายในวันที่ 25 มีนาคม 2566 เวลา 17.00 น. จะได้รับสิทธิเดือนแรกคือ “ใบแจ้งหนี้ค่าบริการเดือนเมษายน 2566” แต่หากลงทะเบียนหลังจากกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จะเริ่มได้รับสิทธิในเดือนถัดไปตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง
นายพรชัยกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 และปี 2561 จะสามารถใช้สิทธิในรอบใบแจ้งหนี้ค่าบริการเดือนมีนาคม 2566 เป็นเดือนสุดท้าย โดยสามารถนำใบแจ้งหนี้ค่าบริการที่ค้างชำระในช่วงที่ได้รับสิทธิตามมาตรการบรรเทาฯ ไปชำระเพื่อขอรับเงินสนับสนุนได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2566

