หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.คาดส่งออก...

สรท.คาดส่งออกทั้งปี 2566 ยังโต 1-2% เร่งทำ ‘สมุดปกขาว’ เสนอรัฐบาลใหม่

4.04.23 | 13:42 น.
ภาพโดย cegoh/pixabay

สรท. คาดส่งออกทั้งปี’66 ยังโต 1-2% จ่อชงสมุดปกขาวรัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2566 การส่งออกมีมูลค่า 2.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นหดตัว 4.7% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 7.30 แสนล้านบาท หดตัว 5.3% (เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์หดตัว 0.05%)

นายชัยชาญกล่าวว่า ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.34 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1.1% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 7.76 แสนล้านบาท ขยายตัว 0.5% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ขาดดุลเท่ากับ 1,113 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนพบว่าไทยส่งออกรวมมูลค่า 42,625.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 4.6% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 1,430,250 ล้านบาท หดตัว 3.2% (เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์หดตัว 1.4%)

นายชัยชาญกล่าวว่า ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 48,388.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 3.3% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 1,647,855 ล้านบาท ขยายตัว 5.0% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 ขาดดุลเท่ากับ 5,763.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 217,605 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สรท.คงคาดการณ์การส่งออกรวมในปี 2566 เติบโตระหว่าง 1-2% โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2566 ได้แก่ 1.ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยปัญหาทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดสงครามทางการค้า เทคโนโลยี มาตรการกีดกันทางการค้า

นายชัยชาญกล่าวด้วยว่า ต้นทุนราคาพลังงานโลกมีความผันผวนตามสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ปัญหาการขาดสภาพคล่องของสถาบันการเงินในสหรัฐและยุโรปที่หากลุกลามอาจทำให้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยสูงขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้อุปสงค์การนำเข้าสินค้าปรับลดลงต่อเนื่อง

Advertisement

“2.ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI เดือนมีนาคมที่หดตัวรุนแรง โดยเฉพาะกิจกรรมภาคการผลิตในกลุ่มยูโรโซน ขณะที่ PMI ของสหรัฐหดตัวน้อยลงในเดือนมีนาคม เป็นผลจากปัญหาอุปทานค่อนข้างกระจุกตัว สินค้าคงคลังยังคงทรงตัวในระดับสูง” นายชัยชาญระบุ

นายชัยชาญกล่าวว่า สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและรัฐบาลชุดใหม่ที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.ขอให้ภาครัฐช่วยพิจารณาควบคุมหรือปรับขึ้นค่าไฟฟ้า (เอฟที) ทั้งในภาคการผลิตและภาคครัวเรือนให้อยู่ระดับที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระด้านต้นทุนให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาระดับราคาสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดและกำลังซื้อของผู้บริโภค

นายชัยชาญกล่าวว่า 2.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้มีความผันผวนเกินกว่าประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย รวมถึงทบทวนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพิ่มสกุลเงินท้องถิ่นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ส่งออกและนำเข้าของไทย และ 3.พิจารณามาตรการสนับสนุนเพื่ออุดหนุนการใช้พลังงานทางเลือก เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีในการเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานหมุนเวียน และพลังงานชีวมวล เป็นต้น

“สรท.อยู่ระหว่างการทำสมุกปกขาว ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้านการค้า การส่งออกของไทยเพื่อเสนอให้กับรัฐบาลชุดใหม่ คาดว่าน่าจะเห็นความชัดเจนในเดือนมิถุนายน 2566 ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยกระตุ้น สนับสนุนการส่งออกไทย” นายชัยชาญกล่าว