สงกรานต์คึกคัก คนไทย-ต่างชาติแห่เล่นน้ำหลังอั้นมา 3 ปี ดันเงินสะพัด 1.85 หมื่นลบ.

สงกรานต์คึกคัก คนไทย-ต่างชาติแห่เล่นน้ำหลังอั้นมา 3 ปี ดันเงินสะพัด 1.85 หมื่นลบ.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในช่วงหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน คาดการณ์บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวภาพรวมมีความคึกคักมากขึ้น เทียบกับช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ สร้างเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 18,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 22% จากปี 2565 ที่มรายได้ 11,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดในประเทศประมาณ 13,500 ล้านบาท และรายได้จากต่างประเทศประมาณ 5,030 ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางอยู่ที่ 3.81 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 14% เทียบจากปี 2565 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศ 3.34 ล้านคน-ครั้ง และปี 2562 ที่มีนักท่องเที่ยว 3.34 ล้านคน-ครั้ง เท่ากัน

“ในแง่รายได้เทียบกับปี 2562 ที่มีรายได้อยู่ประมาณ 11,645 ล้านบาท ถือว่าภาพรวมท่องเที่ยวในประเทศตอนนี้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 74% ภาคใต้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงสุด อยู่ที่ 80% ภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ที่ 60% จากอัตราการเข้าพักส่วนใหญ่ คาดว่าเกิดจากปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่ปกคลุมหลายๆ พื้นที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลี่ยงการเดินทาง รวมถึงคนไทยยังคงเดินทางท่องเที่ยวทะเล เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน และส่วนหนึ่งมาจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ทำให้โรงแรมที่พักมีราคาที่นักท่องเที่ยวไทยเอื้อมถึงได้” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีจำนวน 305,000 คน เพิ่มขึ้น 525% เทียบจากปี 2565 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 48,814 คน และเพิ่มขึ้น 58% จากปี 2562 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 522,357 คน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 5,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 630% จากปี 2565 ที่มีรายได้ 689 ล้านบาท และ เพิ่มขึ้น 60% ของปี 2562 ที่มีรายได้ประมาณ 8,321 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางท่องเที่ยวไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางของตลาดระยะใกล้จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ อินเดีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส และรัสเซีย จากแนวโน้มการเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าของช่วงเทศกาลฯ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย และลาว เดินทางข้ามแดน เพื่อร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคักในพื้นที่จังหวัดชายแดน

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า จากข้อมูลของ Google Trends ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 3 เมษายน 2566 จังหวัดที่มีการค้นหามากสุด ได้แก่ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ระยอง สมุทรปราการและกรุงเทพมหานคร ขณะที่เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมสำหรับเล่นสงกรานต์ กลับติดอยู่ในอันดับที่ 7 คาดว่าเป็นผลจากปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดยแม้เทศกาลสงกรานต์ครั้งนี้จะมีปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แต่คนไทยยังตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยว ลดจำนวนวันเดินทางให้น้อยลง เลือกเที่ยวระยะใกล้ เลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ซึ่งบรรยากาศภาพรวมที่ยังเอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งจากจำนวนวันหยุดยาวที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมเดินทางกลับภูมิลำเนา ใช้เป็นโอกาสเดินทางท่องเที่ยว และความอัดอั้นที่ไม่ได้เล่นน้ำสงกรานต์มาเป็นเวลา 3 ปี

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image