เงินบาทเปิด 34.13 อ่อนค่าลง ตลาดจับตารายงานเศรษฐกิจสหรัฐวันนี้!
เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.13 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.89 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (ระดับปิดวันที่ 5 เมษายน) มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.95-34.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ในช่วงวันหยุดที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนไปตามทิศทางของเงินเหรียญสหรัฐและราคาทองคำ แต่โดยรวมเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง หลังเงินเหรียญสหรัฐพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ราคาทองคำย่อตัวลงมาบ้าง หลังราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 2,040 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ประเมินว่าในระหว่างวันนี้ ค่าเงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบไปก่อน เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่อาจรอประเมินภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐจากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานในวันนี้ก่อน (จะทยอยรับรู้ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย)
อย่างไรก็ดี ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ หลังตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติก็ยังคงเป็นฝั่งขายสุทธิหุ้นไทยอยู่ ซึ่งแรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติก็อาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง ทั้งนี้ มองว่านักลงทุนต่างชาติอาจรอจังหวะ buy on dip หรือรอกลับเข้าซื้อหุ้นไทย หากดัชนี SET ย่อตัวลงใกล้โซนแนวรับที่ผ่านมาแถว 1,520-1,540 จุด
นายพูน กล่าวว่า ส่วนปัจจัยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทนั้น อาจต้องรอลุ้นโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์กลับขึ้นมาใกล้แนวต้านล่าสุดแถว 2,040 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งอาจเป็นไปได้ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ
เพราะหากผู้เล่นในตลาดกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้นและเลือกที่จะปิดรับความเสี่ยง ราคาทองคำก็อาจปรับตัวขึ้นได้ จากความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงนี้ แต่ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมากหรือน้อย ต้องรอจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเหรียญสหรัฐด้วยเช่นกัน
อนึ่ง ควรระมัดระวังความผันผวนในตลาดการเงิน ในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เพราะหากข้อมูลออกมาดีกว่าคาด ผู้เล่นในตลาดอาจรอไม่มั่นใจในมุมมองปัจจุบัน ที่ต่างกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะชะลอตัวลงหนัก หรือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจหยุดขึ้นดอกเบี้ยและเริ่มลดดอกเบี้ยลงได้ในช่วงไตรมาสที่ 3
นายพูน กล่าวว่า ซึ่งในกรณีนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจคลายกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยได้บ้างและอาจเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ส่วนเงินเหรียญสหรัฐมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้บ้าง (การแข็งค่ามาก/น้อย อาจขึ้นกับว่าข้อมูลตลาดแรงงานออกมาดีกว่าคาดขนาดไหน) พร้อมกับการย่อตัวลงของราคาทองคำ
ส่วนในกรณีที่ ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เป็นไปตามคาด (การจ้างงานและการเติบโตของค่าจ้างชะลอลงบ้าง แต่ไม่มาก) ก็อาจไม่ได้กระทบต่อตลาดการเงินมากนัก แต่ในกรณีที่ ยอดการจ้างงานออกมาแย่กว่าคาดไปมาก (เหมือนกับยอดตำแหน่งงานเปิดรับ Job Openings หรือ ยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ก่อนหน้า)
นายพูน กล่าวว่า คาดว่าตลาดอาจยิ่งกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย กดดันให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง ซึ่งอาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่ต้องรอดูว่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าด้วยหรือไม่ (ผู้เล่นในตลาดอาจเลือกที่จะถือเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้เช่นกัน) ทำให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่ก็อาจถูกกดดันได้ หากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นด้วย
ในช่วงนี้ความผันผวนของตลาดการเงินยังอยู่ในระดับสูงทำให้เรามองว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ ออฟชั่น (Option) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

