ร้อนจัด แอร์ขายดี “ไฮเออร์” ชี้เดือนเดียวยอดพุ่ง 5% “ซัยโจ เด็นกิ” ผลิตไม่ทัน เร่งปั๊มเพิ่ม 50%
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2566 ประเทศไทยประสบกับสภาวะอากาศร้อนและฝุ่นPM 2.5 หนักมาก ส่งให้เครื่องปรับอากาศในบ้านขายดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี2565 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 20-30% ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทมีการผลิตสินค้าเครื่องปรับอากาศออกสู่ตลาดหลายประเภททั้งในบ้าน โรงพยาบาล ไม่ว่าขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จึงทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันตามที่ตลาดมีความต้องการมากขึ้น ซึ่งบริษัทต้องเร่งเพิ่มการผลิตมากขึ้น อย่างไรก็ตามการเพิ่มกำลังการผลิตนั้นยังมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจากต่างประเทศด้วย เนื่องจากโลกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมานาน เพราะฉะนั้นการซัพพลายวัตถุดิบต่างๆจึงหยุดชะงัก
“ในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัทจะออกสินค้าตัวใหม่ ซึ่งจะมีระบบแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ในเครื่องปรับอากาศตัวเดียว โดยขยายระบบฟอกอากาศไฟฟ้าใหญ่กว่าระบบเดิมที่มีอยู่ถึง 5 เท่า จะตอบโจทย์สภาพอากาศของประเทศไทยในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี” นายสมศักดิ์กล่าว
นายธันยวัฒน์ จิตติพลังศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้เครื่องปรับอากาศในบ้านมียอดขายโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2565 เนื่องจากมีการเปิดประเทศ ทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวดีขึ้นจากภาคการท่องเที่ยว และเป็นผลจากปีนี้อากาศร้อนมาก จึงทำให้ตลาดเติบโตขึ้นมาก ทั้งนี้ในช่วงนี้บริษัทพยายามเร่งขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 40-50% ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ให้โรงงานหยุดแค่ 1 วัน อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตของบริษัทยังไม่เต็มคาปาซิตี้ ยังสามารถขยายได้สูงสูดที่ 360,000 ชุด และจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทั้งค่าไฟ และค่าต่างๆ ทำให้เมื่อต้นปีได้ปรับราคาขายขึ้น 3-5%
นายธันยวัฒน์กล่าวว่า ส่วนตลาดเครื่องฟอกอากาศก็ขายดีขึ้นจากภาวะฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้ตลาดโต 40-50% เทียบจากปีที่แล้ว ซึ่งบริษัทได้ออกสินค้า เครื่องปรับอากาศที่มีระบบฟอกอากาศในตัว รุ่นULTRAFINE ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงนโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยจะเติมเงินให้ 10,000 บาทว่า ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เพราะยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทุกพรรคมีความตั้งใจจะช่วยประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นนโยบายที่หลายๆพรรคออกมา คงมุ่งทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ และเชื่อว่าเป็นนโยบายที่ดี
นายธเนศร์ บินอาซัน รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศในบ้านปี 2566 คึกคักขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2565 คาดว่าทั้งปีจะเติบโตอยู่ที่ 3-5% ทั้งนี้ด้วยภาพอากาศที่ร้อนระอุ ส่งผลทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้น 3-5% เติบโตทั้งจากในห้างสรรพสินค้าและผ่านดีลเลอร์ และในเดือนเมษายนนี้ คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% อย่างไรก็ตามจากยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นบริษัทมั่นใจว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่สามารถรองรับกับดีมานด์ในตลาดได้ แต่อาจจะมีเรื่องของการติดตั้งที่จะล่าช้าจากช่วงเวลาปกติไปบ้าง เช่น จากเดิมเคยติดตั้งภายใน 1 วัน จะเป็นใน 3 วัน เนื่องจากต้องรอคิวช่างนาน
“จากสภาพอากาศที่ร้อน มีฝุ่นPM 2.5 ประกอบกับยังไม่มีการปับราคาขายขึ้น จึงเป็นตัวช่วยผลักดันให้ยอดขายแอร์เติบโตขึ้นมากช่วงนี้ แม้ว่าอัตราค่าไฟจะสูงขึ้น แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแต่อย่างใด เพราะพฤติกรรมของลูกค้าที่ไม่ได้เปิดใช้เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้เปิดใช้ตลอดเวลา มีการเปิดใช้ในช่วงเวลา 14.00-16.00 น.และเวลา 21.00-05.00 น.และจากปัจจัยต่างๆ ทำให้ยอดขายแอร์ทั้งปีนี้ของบริษัทเป็นไปตามเป้า 4,500 ล้านบาทหรือ 500,000 ตัว ” นายธเนศร์กล่าว

