เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงคมนาคม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้เรียกผู้ประกอบการสายการบินทั้งในและต่างประเทศจำนวน 13 สายการบิน(ยกเว้นสายการบินนกแอร์ไม่ร่วมประชุม) เข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการบินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากไม่สามารถชี้แจงประชาชนผู้โดยสารได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ของสายการบินนกแอร์ว่าเครื่องเสีย ยังไม่สามารถแก้ไขได้จนต้องยกเลิกเที่ยวบินไป กระทั่งช่วงเย็นก็ยังไม่มีคำตอบ จนถึงเวลา 22.00 น. จึงมีผู้แทนระดับสูงจากนกแอร์แจ้งว่ามีปัญหานักบินไม่ขึ้นบิน
“ตอนแรกจะเชิญผู้ประกอบการเฉพาะสายการบินของไทย 7 สายการบินมาหารือ แต่ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)เห็นว่าควรจะเชิญทั้งหมด 14 สายการบิน เพราะมีบางสายการบินที่เป็นสายการบินต่างประเทศ แต่บินเข้าออกไทยสม่ำเสมอ จึงเชิญมาด้วยร่วม 13 สาย ส่วนนกแอร์แจ้งว่ามีการประชุมภายในบริษัทเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงไม่ได้มาประชุม” นายออมสิน กล่าว
นายออมสิน กล่าวว่า ในการประชุมได้แจ้งแนวนโยบายการประกอบธุรกิจการบินให้ทราบ คือ 1.ให้สายการบินทุกสายการบินต้องมีแผนฉุกเฉินในทุกกรณี จะต้องมีผู้จัดการที่สามารถตัดสินใจได้ทั้งต้นทาง ปลายทาง เพราะเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา 9 เที่ยวบินที่ไม่สามารถบินได้ ก็เพราะเครื่องบินออกไม่ได้ และให้ส่งแผนฉุกเฉินให้กระทรวงคมนาคมภายใน 1 เดือน โดยแผนฉุกเฉินนี้ให้รวมแผนบริหารความเสี่ยงของแต่ละสายการบินด้วย 2.ในอนาคตทาง กพท.จะเชื่อมโยงเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของแต่ละสายการบิน คือ ขั้นแรกจะไปตรวจสอบคอมพิวเตอร์แต่ละสายการบินก่อน จากนั้นก็เป็นแผนที่เชื่อมโยงระบบสายการบินเข้ากับ กพท. เพื่อให้ทำการตรวจสอบได้ กรณีเกิดเหตุผิดปกติจะทราบก่อน
นายออมสิน กล่าวว่า 3.มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคต้องมีความชัดเจนตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ คือ จะครอบคลุมถึงการดูแลผู้โดยสาร กรณีการยกเลิกเที่ยวบิน เช่น เสนอให้ผู้โดยสารเลือกรับเงิน ค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวน หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินตามความต้องการของผู้โดยสาร โดยสายการบินต้องไม่คิดค่าโดยสาร และชำระส่วนต่างให้ หรือจัดให้มีการขนส่งทางอื่น ซึ่งต้องให้ผู้โดยสารเลือก โดยเป็นกฎที่ กพท.กำหนดไว้ นอกจากนี้ต้องดูแลผู้โดยสาร จัดอาหาร และเครื่องดื่ม อุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร จัดที่พักค้างแรมให้ตั้งแต่ 1 คืนขึ้นไปตามความเหมาะสม จ่ายค่าชดเชย 1,200 บาท ให้แก่ผู้โดยสารทันทีก่อนผู้โดยสารจะออกเดินทาง
นายออมสิน กล่าวว่า สำหรับความรับผิดชอบสายการบินทุกสาย กระทรวงคมนาคมแจ้งงว่า กรณีเกิดความผิดขึ้น ครั้งแรก ไม่ว่ากันจะเป็นการตักเตือน กรณีที่เกิดครั้งที่ 2 กระทรวงคมนาคม โดย กพท.อาจจะหยุดพักใบอนุญาตชั่วคราว และในกรณีที่เกิดครั้งที่ 3 กพท.อาจจะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตการบิน หรือที่เรียกว่าใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ(เอโอแอล) โดยจะยกเลิกชั่วคราวหรือตลอดไปก็จะต้องพิจารณาอีกครั้ง
“เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นช่วงบ่ายถึง 4 ทุ่ม ไม่มีผู้บริหารระดับสูงของสายการบินนกแอร์ ที่ตัดสินใจได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือเผชิญหน้ากับลูกค้าและชี้แจงให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะนี้ตนเดินทางไป ผู้โดยสารสับสนมาก และเหนื่อย เพราะอยู่ถึง 4 ทุ่ม ถึงมีคำตอบว่ามีปัญหาดังกล่าว ดังนั้นจึงบอกว่าผู้บริหารสูงสุด หรือซีอีโอต้องรับผิดชอบ ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและชี้แจงให้ผู้โดยสารรับทราบ เพื่อลดความกดดันของทุกฝ่ายลง” นายออมสินกล่าว
นายออมสิน กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้สายการบินนกแอร์ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาให้กระทรวงรับทราบภายใน 3 วันว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากเรื่องอะไร โดยในวันที่ 15 ก.พ. พบว่า ทางนกแอร์ยังได้ร่วมมือกับสายการบินในลักษณะโค้ดแชร์ รวม 10 เที่ยวบิน โดยมีทั้งไทยสมายล์ การบินไทย และไลอ้อนแอร์ ซึ่งในวันที่ 16 ก.พ. จะรายงานเรื่องดังกล่าวให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีรับทราบด้วย อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้นกระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการกับนักบิน แต่จะดำเนินการกับสายการบินแทน เรื่องของนักบินถือเป็นเรื่องภายในที่ต้องปล่อยให้ทางสายการบินจัดการกันเอง
นางอัมพวัน วรรณโก รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ผู้ประกอบการจะต้องดูแลผู้โดยสารตามกฎหมายที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และกรณีที่เป็นความผิดต่อเนื่องกันให้ปรับอีกวันละ 1 พันบาทตลอดเวลาที่ยังทำการฝ่าฝืนอยู่ ส่วนกรณีของนักบินของสายการบินนกแอร์ที่มีกระแสข่าวหยุดงานประท้วงนั้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นไปตามนั้นจริงหรือไม่ จะต้องฟังข้อมูลจากฝ่ายนักบินด้วย โดยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวจะมีผลกับการต่อใบอนุญาตนักบินด้วย ส่วนเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการบินนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำศูนย์ข้อมูลการร้องเรียน ยังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับการบินสามารถโทรศัพท์ร้องเรียนได้ที่หมายเลข 08-1839-2068 ซึ่งเป็นเลขหมายเวรอำนวยการของ กพท.ที่พร้อมรับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ได้มีการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Patee Sarasin อีกรอบว่า “ขอขอบคุณพนักงานออนกราวน์ (ภาคพื้น) และนักบินส่วนใหญ่ของนกแอร์นะครับเราจะผ่านเรื่องไม่ดีในเร็ววัน สู้สู้”

