เงินบาทเปิด 34.19 อ่อนค่าลง ตลาดหวั่นเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หวังกดเงินเฟ้อลง
เมื่อวันที่ 10 เมษายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.19 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.07 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.75-34.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.05-34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ตลาดกลับมากังวลความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวหนักจนอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย
ในสัปดาห์นี้ แนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชัดเจนขึ้น ซึ่งมีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อจนแตะระดับ 5.25% จากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐ ในเดือนมีนาคม ที่คงระดับสูงราว 5.2% และ 5.6% รวมถึงรายงานการประชุมเฟดล่าสุด และควรติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ในสัปดาห์นี้
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ประเมินว่ามีโอกาสอ่อนค่าเล็กน้อย หากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นจริงตามคาด ทั้งนี้ เงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่าไปมาก โดยมีโซนแนวต้านแถว 34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังคงเห็นโฟลว์ขายเงินเหรียญสหรัฐจากฝั่งผู้ส่งออก
ขณะเดียวกัน ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ รวมถึงฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยมากขึ้นได้ หากตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ควรระวังความผันผวนในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงใกล้วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทำให้โฟลว์ธุรกรรมในตลาดการเงินอาจเบาบางลงกว่าช่วงปกติได้
นอกจากนี้ สัญญาณเชิงเทคนิคัล ทั้ง RSI และ MACD ยังชี้ว่าเงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวแคบโดยมีเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน (แถว 34.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) เป็นโซนแนวต้านแรกในช่วงนี้
แต่หากเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านและยืนเหนือระดับ 34.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ ก็อาจเป็นสัญญาณที่ชี้ว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าต่อ ขึ้นมาเคลื่อนไหวในโซนถัดไปในช่วง 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า ในส่วนเงินเหรียญสหรัฐนั้น อาจแข็งค่าขึ้นได้ในช่วงต้นสัปดาห์ ตามยอดการจ้างงานสหรัฐที่ดีกว่าคาด ก่อนจะเคลื่อนไหวแคบในช่วงก่อนตลาดรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐ และรายงานการประชุมเฟดล่าสุด
คงคำแนะนำว่า ในช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ ด้านเศรษฐกิจไทย แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งได้แรงหนุนจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการจ้างงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนภาคการบริการ จะช่วยหนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมีนาคม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53 จุด อย่างไรก็ดี ปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจยังคงเป็นภาวะเงินเฟ้อสูง

